พิกัดวัดดังแก้ชงปี 2566 สำหรับใครที่รู้แล้วว่าตัวเองชง หรือเกิดในปีดังต่อไปนี้ ปีระกา ปีชวด ปีเถาะ ปีมะเมีย ที่ถือว่าเป็นปีชง และปีชงร่วม และกลัวว่าจะได้รับผลกระทบในทางลบ เว็บgclub168ของเราได้รวบรวมสถานที่ไหว้พระแก้ชงสะเดาะเคราะห์มาให้แล้ว แต่หากคนที่ไม่ได้ชงและอยากแวะเวียนไปไหว้ก็สามารถไปได้เช่นกัน เช็กพิกัดและเวลาเปิดปิดก่อนไปด้วยจะดีมาก

วัดมังกรกมลาวาส(วัดเล่งเน่ยยี่)

วัดจีนเก่าแก่ชื่อดังย่านเยาวราชอันเป็นสถานที่ประดิษฐานของเทวรูปสำคัญหลายองค์ทั้งเทพเจ้าคุ้มครองดวงชะตา หรือไท้ส่วยเอี๊ยเทพเจ้าแห่งยาหรือหมอเทวดาและที่นิยมไหว้ขอพรมากคือเทพเจ้าแห่งโชคลาภไฉ่ซิงเอี๊ยผู้คนนิยมมากราบไหว้ขอพรขอโชคลาภและเพื่อแก้ชงและเสริมสิริมงคลให้กับชีวิต แต่ด้วยพื้นที่ที่มีค่อนข้างจำกัด ทำให้ผู้ที่จะไปสักการะต้องหมั่นสังเกตและหาช่วงเวลาที่ไม่ให้แออัดจนเกินไปและยิ่งในช่วงเทศกาลวันขึ้นปีใหม่นั้นยิ่งต้องโทรไปสอบถามก่อนจะดีนอกจากนี้ยังมีวิหารท้าวโลกบาล ทั้ง 4 มีเทวรูปเทพเจ้า 4 องค์ (ข้างละ 2 องค์) ในชุดนักรบจีน และถืออาวุธ สิ่งของต่าง ๆ กัน เช่น พิณ ดาบ ร่ม เจดีย์ โดยชาวจีนเรียกว่าซี้ไต๋เทียงอ้วงหมายถึงเทพเจ้าที่ปกปักรักษา คุ้มครอง ทิศต่าง ๆ ทั้ง 4 ทิศพิกัด : เลขที่ 423 ถนนเจริญกรุง แขวงป้อมปราบ เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพมหานคร 10100

ศาลเจ้าพ่อเสือ(ตั่วเหล่าเอี้ย)

ศาลเจ้าจีนแต้จิ๋วที่มีชื่อเสียงมากที่สุดแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ นอกจากจะมีเจ้าพ่อเสือที่เป็นจุดเด่นแล้ว ยังมีเทพสำคัญของจีนอย่าง ด้านในมี เอี่ยนเถี้ยนส่งเต่ เจ้าพ่อกวนอู เจ้าพ่อเสือ องค์เห้งเจีย และเจ้าแม่ทับทิม ได้มากราบไหว้บูชาอีกด้วย แต่หากไม่ใช่ปีชง ศาลเจ้าพ่อเสือก็มักจะมีผู้คนแวะเวียนไปไหว้สักการะขอพรกันอย่างเนืองแน่นอยู่ตลอด บ้างก็เดินทางมาสะเดาะเคราะห์ในเรื่องของการงาน การเงิน หรือแม้แต่การแวะเวียนมาขอพรด้วย รวมทั้งขอโชคลาภอีกด้วยพิกัด :  ศาลเจ้าพ่อเสือ (ตลาดสมเด็จ) ตรอกสะพานยาวแขวงสมเด็จเจ้าพระยาเขตคลองสาน กรุงเทพมหานคร 10600

วัดกัลยาณมิตรวรมหาวิหาร

ภายในวัดแห่งนี้มีพระวิหารหลวงและพระประธานองค์สำคัญที่คนไทยคุ้นเคยกันดี นั่นคือหลวงพ่อโตหรือพระพุทธไตรรัตนนายก และยังเป็นวัดที่หลายคนนิยมไปแก้ชง สะเดาะเคราะห์ เสริมดวงชะตาอีกด้วย พระวิหารหลวงพระประธานภายในวิหารหลวงเป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัยองค์พระประธานก่ออิฐถือปูนลงรักปิดทองพระอุโบสถวัดกัลยาณมิตรเป็นสถาปัตยกรรมรูปแบบพระราชนิยมในรัชกาลที่ 3 คือลักษณะของอาคารนำเอาศิลปะจีนเข้ามาตกแต่งมีพะไลรอบส่วนหอระฆัง พระสุนทรสมาจารย์ (พรหม) สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2476 ตั้งอยู่ทางเหนือพระวิหารหลวง ยอดหอระฆังปั้นเป็นรูปพรหมพักตร์ ชั้นล่างแขวนระฆังใบใหญ่ที่สุดในประเทศไทย นอกจากนี้ยังมี เจดีย์ทรงกลม ขนาดเล็กทรงระฆังคว่ำ 2 องค์ ตั้งอยู่หน้าพระวิหารหลวงขนาดศาลาตรีมุข ซุ้มประตูโขลนทวารศิลาแกะสลัก ซุ้มประตูเป็นรูปแบบสถาปัตยกรรมแบบจีนใช้หินแกะแกรนิตสลัก ตั้งอยู่ระหว่างด้านหน้าของพระวิหารหลวงและประตูศาลาตรีมุขเจดีย์บรรจุอัฐิเจ้าพระยารัตนบดินทร์ (รอด กัลยาณมิตร) เจดีย์เหลี่ยมย่อมุม เจดีย์ย่อมุมไม้สิบสอง องค์เจดีย์ทำด้วยหินแกรนิดแกะสลัก ฐานก่ออิฐถือปูนยกสูงตั้งอยู่ข้างเจดีย์บรรจุอัฐิเจ้าพระยารัตนบดินทร์ฝั่งพระวิหารหลวง ไม่ปรากฏประวัติการสร้าง และยังมีเจดีย์บรรจุอัฐิเจ้าพระยานิกรบดินทร์ (โต กัลยาณมิตร) เจดีย์ถะจีน ถะทีสร้างขึ้นด้วยหินแกรนิตจีน ศาลาเก๋งจีน ศาลาการเปรียญ ศาลาท่าน้ำเป็นศาลาแบบไทยประเพณีคือมีช่อฟ้าใบระกา

วัดบรมราชากาญจนาภิเษกอนุสรณ์

วัดเล่งเนยยี่ 2 หรือที่หลายคนรู้จักกันในชื่อวัดมังกร 2 นอกจากจะเป็นวัดที่เปิดให้ทุกคนได้เข้าไปทำพิธีแก้ชง เสริมดวงแล้ว อีกหนึ่งจุดเด่นของวัดนี้คือสถาปัตยกรรมที่สวยงามอลังการ เหมือนกับกำลังอยู่ในไต้หวันยังไงอย่างงั้นภายในวัดประกอบด้วยอาคารหลัก ได้แก่ วิหารท้าวจตุโลกบาล เป็นที่ประดิษฐานของพระโพธิสัตว์และเทพต่าง ๆ ที่พิทักษ์ปกปักพระพุทธศาสนา ด้านข้างวิหารเป็นหอกลอง และหอระฆังพระอุโบสถ เป็นอาคารหลังใหญ่ที่สุดอยู่ตรงกลางประดิษฐานพระประธาน 3 องค์ คือ พระศรีศากยมุนีพุทธเจ้าหรือพระพุทธเจ้าองค์ปัจจุบันพระอมิตาภพุทธเจ้าและพระไภษัชยคุรุไวฑูรย์พุทธเจ้าซึ่งเป็นพระพุทธเจ้าในอดีต แต่ละองค์มีความสูงถึง 4.30 เมตร นับเป็นพระประธานแบบจีนที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย และนอกจากนี้ยังมีอาคารอื่นๆ อาทิหอธรรมวิหารบูรพาจารย์และโรงเรียนพระปริยัติธรรม

วัดทิพยวารีวิหาร (วัดกัมโล่วยี่)

วัดจีนนิกายมหายานที่มีมาตั้งแต่สมัยกรุงธนบุรีและเป็นที่ประดิษฐานขององค์เทพสำคัญๆ มากมายเหมาะสำหรับมาไหว้พระขอพรและทำบุญแก้ชงเป็นอย่างมาก วัดทิพยวารีวิหารหรือวัดกัมโล่วยี่อีกหนึ่งวัดที่มีชื่อเสียงสำหรับการแก้ปีชง นอกจากนี้ยังมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ผู้คนแวะเวียนมากราบไหว้เช่นหมออูโต๋ว, เทพปรองดองหรือเทพแห่งความรัก, เทพขุนพลเอี่ยยิ่ม, พระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร, หลวงจีนคณาณัติจีนพรต (เย็นบุญ) อดีตเจ้าอาวาสวัดทิพยวารีวิหารและเทพมังกรเขียวแชเล่งเอี้ยเทพารักษ์ผู้รักษาบ่อน้ำทิพย์ประจำวัดทิพยวารีวิหารตลอดจนยังเป็นที่เคารพในหมู่ชาวจีนอีกด้วย ด้วยเพราะชื่อเสียงในเรื่องความศักดิ์สิทธิ์ ตลอดจนความสมปรารถนาจึงทำให้ชื่อเสียงของวัดเป็นที่รู้จักมากขึ้นมาถึงปัจจุบัน

บททิ้งท้าย

สำหรับใครที่ยังไม่รู้ว่าปีใหม่ 2566 นี้จะไปทำบุญแก้ชงสะเดาะเคราะห์ที่ไหนดีลองปักหมุดและไปตามสถานที่เหล่านี้ได้เลย รับรองว่าจะทำให้ตลอดทั้งปีของคุณมีแต่สิ่งดี ๆ เข้ามาหาอย่างแน่นอนและยังสามารถนำมาต่อยอดกับเว็บของเราได้อีกด้วยมีเกมให้เลือกเล่นมากมาย เว็บเรารอคุณมาลุ้นโชคอยู่เหมือนกัน

ถ้ำนาคา จังหวัดบึงกาฬ เรียกได้ว่าตอนนี้กำลังเป็นกระแสและเป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก เรื่องราวของ ความเชื่อ ความศรัทธา ที่อยู่คู่กับคนไทยมายาวนานสถานที่ที่มีผู้คนหลั่งไหลมากราบไหว้ขอพร ขอโชค ขอลาภ ถึงแม้ว่าหนทางในการเดินทางขึ้นมายังถ้ำนาคาจะลำบากสักแค่ไหน แต่นั่นก็ไม่ใช่อุปสรรคเลยที่ครั้งหนึ่งในชีวิตได้มากราบสิ่งศักดิ์สิทธิ์และสัมผัสกับความหัศจรรย์ของธรรมชาติที่ถ้ำนี้

มาทำความรู้จักถ้ำนาคา

ถ้ำนาคา เป็นถ้ำที่ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่ อุทยานแห่งชาติภูลังกา อำเภอบึงโขงหลง จังหวัดบึงกาฬ รอยต่อระหว่างจังหวัดบึงกาฬกับนครพนม ภายในถ้ำจะพบกับหิน ที่มีรูปร่างคล้ายกับ งูยักษ์ หรือ ลำตัวของพญานาค มีลักษณะเหมือน เกล็ดของงูขนาดใหญ่ ซึ่งในทางธรณีวิทยา เกิดจากหินบนพื้นผิวโลกผ่านการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิร้อนเย็นสลับกัน กระบวนการทางกายภาพเกิดการผุพัง ปริแตกตามพื้นผิวโดยรอบหิน เรียกว่า ซันแครก

ความเชื่อของถ้ำพญานาค

ตามคติชาวบ้านหรือความเชื่อในท้องถิ่นบางส่วนเชื่อว่า พญานาค ที่ชาวบ้านเรียกว่า ปู่อือลือ ถูกสาปให้ร่างกลายเป็นหินติดอยู่ในถ้ำแห่งนี้ ชาวบ้านมีความเชื่อที่ว่า ถ้ำนาคา คือ พญานาค หรือ งูยักษ์ ที่ถูกสาปให้กลายเป็นหินนั่นเอง ด้วยสาเหตุที่ว่า บริวารของพญานาค ผู้ครองเมืองบาดาล ไปมีสัมพันธ์สวาทกับมนุษย์ และเมืองบาดาลที่พญานาคและบริวาร อาศัยอยู่ก็คือ บึงโขงหลง ในจังหวัดบึงกาฬปัจจุบัน โดยตำนานเล่าขานว่าแต่เดิมนั้นปู่อือลือ เป็นเทพเจ้าอยู่บนสรวงสวรรค์ชั้นฟ้า จากนั้นก็ถูกสาปลงมาให้เป็นพญานาค ปกครองอยู่ที่เมืองบาดาลที่บึงโขงหลง หรือ จ.บึงกาฬ ซึ่งมีทั้งพญานาคและมนุษย์ที่อาศัยอยู่ที่เมืองบาดาลนี้ ต่อมาผู้คนในเมืองบาดาล ทั้งมนุษย์และพญานาค เกิดกิเลสสมสู่ชอบคอกันเอง เมื่อปู่อือลือพญานาคทราบเรื่อง ก็เกิดความโมโหให้กับบริวาร ที่ไปรักใครกับมนุษย์ จากนั้นจึงสาปให้บริวารกลายเป็นหินอยู่ในถ้ำ โดยบริวารที่ถูกสาปนั้นก็มีอยู่ทั่วเมืองบึงกาฬ และมีอยู่หลายที่เพื่อให้ปกป้องมนุษย์และเป็นสิ่งศักกสิทธิ์ที่คนกำลังให้ความนิยมและความสำคัญถึงความอัศจรรย์ของถ้ำนาคาอย่างมากในปัจจุบัน

จุดเด่นของถ้ำนาคา

ภายในถ้ำที่มีลักษณะผนังคล้าย เกล็ดของพญานาค กำลังนอนขดตัวอยู่นั่นแสดงว่า เราได้มาถึงถ้ำนาคากันแล้ว อีกหนึ่งจุดเด่นที่สำคัญนั่นก็คือ เศียรของพญานาค มีลักษณะเป็นหินขนาดใหญ่สีน้ำตาลมีเกล็ดและรูปร่างคล้ายเศียรของพญานาคเป็นจุดที่นักท่องเที่ยวนิยมมากราบไว้บูชาเพื่อขอโชค ขอลาภ เสริมความเป็นสิริมงคลให้แก่ชีวิต โดยสถานที่แห่งนี้เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติจึงทำให้ชาวบ้านและนักท่องเที่ยวต่างพากันมาชื่นชมความมหัศจรรย์ของธรรมชาติและขอพรที่ถ้ำนาคาแห่งนี้ตามความเชื่อโบราณว่าที่แห่งนี้เคยเป็นที่อยู่อาศัยของพญานาคอยู่ร่วมกันกับมนุษย์คอยปกป้องรักษาไม่ให้เกิดอันตราย เรียกได้ว่าว่าเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ต้องเดินทางมาสัมผัสด้วยตัวเองให้ได้สักครั้งในชีวิตเลย

การเตรียมตัวและอุปกรณ์เดินทาง

แต่งตัวให้ร้อมเดินป่า น้ำดื่มอย่างน้อย 2 ขวด เกลือแร่ ใส่ “กระเป๋าสะพายหลัง” หรือ กระเป๋าที่ไม่ต้องใช้มือหิ้ว ยาดม ยาหม่อง และผลิตภัณฑ์ป้องกันยุง (ถุงมือกับเสื้อกันฝนขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของนักท่องเที่ยว เนื่องจากบริเวณด่านลงทะเบียนขึ้นถ้ำนาคามีถุงมือขาย นักท่องเที่ยวสามารถอุดหนุนสินค้าอุทยานเพื่อเป็นช่วยส่งเสริมด้านสวัสดิการเจ้าหน้าที่อุทยานได้)

**** ห้ามนำกระดาษทิชชู่ หลอดดูดน้ำ ถุงพลาสติก กล่องโฟม ดอกไม้ธูปเทียนเครื่องเซ่นไหว้ ขึ้นเขาโดยเด็ดขาด

**** เตรียมเงิน 100 บาทเพื่อลงทะเบียนมัดจำขยะที่ด่านทางขึ้นค่ะ

กฎและมาตรการเที่ยวถ้ำนาคา

1. ห้ามสัมผัสหรือแตะต้องประติมากรรมในถ้ำ เช่น หินงอก หินย้อย เสาหิน ฯลฯ

2. ห้ามตี เคาะ ทำลายหินในถ้ำ

3. ห้ามสูบบุหรี่ ก่อกองไฟ จุดธูปเทียน หรือกิจกรรมใดๆ ที่ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงต่อสภาพอากาศภายในถ้ำ

4. ห้ามนำอาหารเข้าไปรับประทานในถ้ำรวมทั้งทิ้งเศษขยะมูลฝอยใดๆ

5. ห้ามทำเสียงดังหรือกระทำการใดๆ ที่เป็นการรบกวนหรือก่อความรำคาญให้แก่สัตว์ รวมทั้งห้ามยิงปืน จุดประทัด และวัตถุระเบิด

6. ห้ามนำสัตว์เลี้ยงหรือสัตว์พาหนะเข้าไปในถ้ำ

7. ห้ามขีดเขียน ขูดลบ ขีดฆ่า ทาหรือพ่นสี หรือปิดประกาศ

8. ห้ามถ่ายอุจจาระ ปัสสาวะในถ้ำ

9. ห้ามเก็บหรือนำสิ่งใดๆ ออกจากถ้ำ อาทิ หิน ผนึกแร่ ซากดึกดำบรรพ์ โบราณวัตถุ หรือสิ่งมีชีวิตภายในถ้ำ

10. ห้ามกระทำการใดๆ อันจะเป็นการเปลี่ยนแปลงทางน้ำ หรือสร้างสิ่งกีดขวางทางน้ำ ที่จะทำให้น้ำท่วมล้น หรือเหือดแห้ง เว้นแต่ได้รับการอนุญาตจากหน่วยงานเจ้าของพื้นที่

11. ห้ามตั้งแคมป์พักแรมภายในถ้ำ

12. ห้ามเดินออกนอกเส้นทางที่กำหนด

13. ไม่แตะต้อง และ/หรือ ทำลายระบบไฟฟ้าในถ้ำ

14. ไม่รบกวนแหล่งโบราณคดี หรือซากดึกดำบรรพ์ที่พบในถ้ำ

15. ไม่ก่อสร้างสิ่งอำนวยความสะดวก เช่น สะพาน ทางเดิน บันได เว้นแต่การก่อสร้างเพื่ออำนวยความสะดวก/ปลอดภัยเท่าที่จำเป็น และให้มีความกลมกลืนกับธรรมชาติในถ้ำ

16. ให้มีผู้นำเที่ยวท้องถิ่นที่ผ่านการฝึกอบรมตามมาตรฐาน Local Cave Guide และปฎิบัติตามคำแนะนำอย่างเคร่งครัด

ทิ้งท้าย

เป็นยังไงกันบ้างคะทุกคนสำหรับถ้ำนาคาจังหวัดบึงกาฬเรียกได้ว่าถูกใจสายมูสุดๆ หากใครที่มีแพลนกำลังจะมายังถ้ำนาคา ห้ามพลาดเป็นเด็ดขาดเลยนะคะ เพราะที่ถ้ำนาคายังมีอะไรให้คุณค้นหาอีกเยอะแยะมากมายเป็นประสบการณ์ที่ดีแก่ทุกคนแน่นอนค่ะใครไม่อยากพลาดดีลเด็ด ๆ ต้องตามเว็บ gclub168

ปีใหม่ 2666 มีมาเพื่อสำหรับคนที่กำลังมองหาสิ่งศักดิ์สิทธิ์บูชาในบ้านเพื่อช่วยเรื่องโชคลาภ เสริมดวงการงาน อยากสมหวังในรัก สุขภาพแข็งแรงปราศจากโรคภัย วันนี้เราได้รวบรวมรายชื่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์บูชาในบ้านยอดนิยม พร้อมวิธีบูชาและบทสวดมาฝากแล้วค่ะ

1. พระพิฆเนศ

พระพิฆเนศ เป็นเทพในศาสนาฮินดู มีอีกชื่อว่า คชานนท์ ซึ่งเป็นโอรสของพระศิวะกับพระศรีมหาอุมาเทวี (พระแม่ปารวตี) ลักษณะคือ มีกายเป็นมนุษย์ แต่มีเศียรเป็นช้าง ซึ่งใครที่บูชาเชื่อว่าจะช่วยให้กิจการต่าง ๆ ประสบความสำเร็จ ทำมาค้าขายร่ำรวย โดยเฉพาะอาชีพด้านการแสดง ศิลปะ รวมทั้งมีความสำเร็จด้านอื่น ๆ เช่น การเรียน การเงิน และความรัก ปางที่คนนิยมบูชา ได้แก่ ประทานพร ปางเสวยสุข (ไสยาสน์คเณศ) ปางทรงตนตรี (คีตะคเณศ) ปาง 5 เศียร (ปัญจมุขคเณศ) และปางอ่านหรือเขียนหนังสือ (วิทยะคเณศ)

คาถาบูชาพระพิฆเนศ (ทางพราหมณ์ แบบย่อ)

“โอม ศรี คเณศายะ นะมะหะ”

คาถาบูชาพระพิฆเนศ (สำหรับถวายเครื่องบูชา)

“วักกระตุณทะ มหากายา

สุริยาโกติ สมาปราภา

นิรวิกนัม คุรุเมเทวะ

สาระวะการะ เยสุ สาระวะทา”

คาถาบูชาพระพิฆเนศ (สำหรับขอพร)

“โองการ พินธุ นาถัง อุปปันนัง พรหมมะ โนจะ อินโธ

พิฆฆะเนศโต มหาเทโว อะหัง วันทามิ สัพพะทา สิทธิ กิจจัง

สิทธิ กัมมัง สิทธิ การิยัง ประสิทธิ เม”

คาถาบูชาพระพิฆเนศ (เพื่อขอความสำเร็จ)

“โอม ศรีคะเนศา ยะ นะ มะ

ชะยะคะเณศะ ชะยะคะเณศะ ชายะคะเณศะ

เทวา มาตา ชากี ปะระ วะตี ปิตามะหา เทวา ละฑุวัน

กา โกคะ ละเค สันตะ กะเร เสวา เอก ทันตะ

ทะยาวันดะ จาระ ภุชา ธารี มาเถ สินทูระ เสเห

มูเส กี อะสะวารี อันธะนะ โก อางขะ เทตะ

โก กายา พามณะนะ โก กุตรร เทตะ

โกทินะ นิระทะนะ มายาฯ”

2. พระแม่ลักษมี

พระแม่ลักษมี เป็นเทพในศาสนาฮินดู เป็นชายาของพระนารายณ์ หรือพระวิษณุ ถือกำเนิดมาจากฟองน้ำตอนเทวดาและอสูรกวนเกษียรสมุทรเพื่อทำน้ำอมฤต โดยพระองค์นั่งมาบนดอกบัวและในมือถือดอกบัวด้วย

 พระแม่ลักษมี มีร่างอวตารทั้งหมด 8 แบบ (พระอัษฏลักษมี)

คชลักษมี : ปางหลักประทานพรในทุกด้าน ทั้งด้านการงาน การเงิน และความรัก

ธัญญลักษมี : ปางแห่งความอุดมสมบูรณ์ มั่งคั่งในด้านการเกษตร คือ พระแม่โพสพ

ธนลักษมี : ปางแห่งความมั่งคั่ง ร่ำรวย และทรัพย์สมบัติ

อาทิลักษมี : ปางแห่งความสำเร็จในการงาน

วิทยะลักษมี หรืออิสวารยาลักษมี : ปางแห่งสติปัญญา

วีระลักษมี : ปางแห่งนักสู้ ให้โชคด้านอำนาจและชื่อเสียง

วิชัยยะลักษมี หรือไทรยลักษมี : ปางแห่งชัยชนะและความสำเร็จ

สันทนะลักษมี หรือสันตนลักษมี : ปางแห่งครอบครัวและขอพรด้านบุตร

ใครที่บูชาเชื่อว่าจะช่วยให้หน้าที่การงานมั่นคง มีโชคลาภ และสมหวังด้านความรัก

คาถาบูชาพระแม่ลักษมี (ทางพราหมณ์ แบบย่อ)

“โอม ศรี มหาลักษมี เจ นะมะหะ”

หรือ

“โอม พระลักษมี อิตถีเทวะ เมตตัญจะ มหาลาโภ

ทุติยัมปิ พระลักษมี อิตถีเทวะ เมตตัญจะ มหาลาโภ

ตะติยัมปิ พระลักษมี อิตถีเทวะ เมตตัญจะ มหาลาโภ”

คาถาบูชาพระแม่ลักษมี

“โอม ชยะ ศรี ลักษมี มาตา (3 จบ)

โอม ศรี ลักษะมิไย นะมะห์ (3 จบ)

โอม มหาลักษะ มิไย นะโม นะมะหะ

โอม วิษณุ ปรียาไย นะโม นะมะหะ

โอม ธะนะ ประทาไย นะโม นะมะหะ

โอม วิศวา จะนันไย นะโม นะมะหะ

ยา เทวี สะระวะ ภูเตชุ

ลักษมี รูเปนะ สัม สะถิตา

นะมัส ตัสไย นะมัส ตัสไย นะมัส ตัสไย

นะโม นะมะหะ”

3. พระพรหม

พระพรหม เป็น 1 ใน 3 มหาเทพ หรือที่รู้จักกันในนามว่า ตรีมูรติ ประกอบด้วย พระนารายณ์ พระอิศวร และพระพรหม ที่ถือว่าเป็นผู้สรรค์สร้างสรรพสิ่งในโลก รวมถึงสวรรค์และมนุษย์ และทรงมี 4 พระพักตร์ เป็นดั่งสัญลักษณ์แทนทิศทั้งสี่ คือ เหนือ ใต้ ตะวันออก และตะวันตก มี 4 กร (มือ) หรือหลายพระกร ถือศาสตราวุธ ได้แก่ ธารพระกร (ไม้เท้า) หม้อน้ำ คัมภีร์ และดอกบัว มีลูกประคำคล้องพระศอ (คอ) มีหงส์เป็นพาหนะ

ใครที่บูชาเชื่อว่าจะประสบความสำเร็จในหน้าที่การงาน การเรียน การสอบ มีโชคลาภ ไม่มีโรคภัย ครอบครัวอยู่เย็นเป็นสุข มีบุตรสมดังตั้งใจ โชคดี สมหวังในความรัก

คาถาบูชาพระพรหม (ทางพราหมณ์ แบบย่อ)

“โอม อหัม ปรัหมา อัสมิ”

คาถาบูชาพระพรหม (ทางพราหมณ์ แบบเต็ม)

“โอมปะระเมสะนะมัสการัม องการะนิสสะวะ รัง พรหมเรสสะยัม

ภูปัสสะวะวิษณุ ไวยะทานะโมโทติลูกปัมทะระมา ยิกยานัง

ยะไวยะลา คะมุลัม สะทา นันตะระ วิมุสะตินัน นะมัตเต

นะมัตเตร จะ อะการัง ตโถวาจะ เอตามาตาระยัต ตะมัน ตะรามา

กัตถะนารัมลา จะสะระวะ ปะติตัม สัมโภพะกลโล ทิวะทิยัม มะตัมยะ”

4. ท้าวเวสสุวรรณ

ท้าวเวสสุวรรณ หรือท้าวกุเวร เป็นหนึ่งในบรรดาท้าวจตุโลกบาลทั้งสี่ อยู่ในฐานะอธิบดีแห่งอสูรหรือยักษ์ ทำหน้าที่เป็นผู้ดูแลโลกมนุษย์ ปกครองเหล่ายักษ์และภูตผีปีศาจ รวมถึงช่วยปกป้องพระพุทธศาสนา รูปลักษณ์มี 2 องค์ คือ มีองค์เป็นยักษ์และมนุษย์

ใครที่บูชาเชื่อว่าจะมีโชคลาภ ทำมาค้าขายดี ร่ำรวยเงินทอง อายุยืนยาว ก้าวหน้าในหน้าที่การงาน ภยันตรายไม่แผ้วพาน

คาถาบูชาท้าวเวสสุวรรณ (ฉบับย่อ)

“อิติปิ โส ภะคะวา ยมมะราชาโน ท้าวเวสสุวรรณโณ มะระณัง สุขัง อะหัง สุคะโต นะโม พุทธายะ

ท้าวเวสสุวรรณโณ จาตุมะหาราชิกา ยักขะ พันตาภัทภูริโต เวสสะ พุสะ พุทธัง อะระหัง พุทโธ ท้าวเวสสุวรรณโณ นะโม พุทธายะ”

คาถาบูชาท้าวเวสสุวรรณ (ฉบับเต็ม)

“ปุตตะ กาโม ละเภปุตตัง ธะนะกาโม ละเภธะนัง อัตถิกาเย กายะญายะ เทวานัง ปิยะตังสุตตะวาฯ

อิติ ปิ โส ภะคะวา ยมมะราชาโน ท้าวเวสสุวัณโณ มรณังสุขัง อะระหังสุคะโต นะโมพุทธายะฯ ท้าวเวสสุวรรณโณ จตุมหาราชิกา ยักขะพันตา ภัทภูริโต เวสสะ พุสะ พุทธัง อรหัง พุทโธ ท้าวเวสสุวรรณโณ นะโม พุทธายะฯ”

5. พญานาคราช

พญานาคราช เป็นสัตว์กึ่งเทพ อยู่ในตระกูลงู แต่มีลักษณะใหญ่และมีหงอนสีทอง ตาสีแดง มีเกล็ดเหมือนปลา มีอิทธิฤทธิ์แปลงร่างเป็นมนุษย์ชายหรือหญิงได้ อยู่ในบาดาลหรือบนโลกมนุษย์ได้ ตามความเชื่อแตกต่างกันไปตามภูมิภาค แต่ลักษณะพื้นฐานที่เหมือนกันสามารถแบ่งเป็น 4 ตระกูล ได้แก่ พญานาคในตระกูลวิรูปักษ์ หรือตระกูลสีทอง พญานาคในตระกูลเอราปถ หรือตระกูลสีเขียว พญานาคในตระกูลฉัพพยาปุตตะ หรือตระกูลสีรุ้ง และพญานาคในตระกูลกัณหาโคตมะ หรือตระกูลสีดำ

ใครที่บูชาเชื่อว่าจะช่วยสร้างอำนาจบารมี สามารถดลบันดาลโชคลาภ ความอุดมสมบูรณ์ ครอบครัวร่มเย็นเป็นสุข แคล้วคลาดจากภยันตรายทั้งปวง

คาถาบูชาพญานาค

นะโมตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ (3 จบ)

นะติตัง พญามะ นาคะ อภินัง นาคา สาธุโนภันเต ยะมะ ยะมะ

นะโมตัสสะภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ (3 จบ)

กายะวาจาจิตตัง อะหังวันทา

นาคาธิบดี ศรีสุทโธ วิสุทธิเทวา ปูเชมิ (3 จบ)

6. เจ้าแม่กวนอิม

เจ้าแม่กวนอิม เป็นเทพเจ้าตามความเชื่อในนิกายมหายาน มีหลากหลายตำนาน แต่ล้วนเกี่ยวกับเจ้าหญิงเมี่ยวซ่านทั้งนั้น โดยพระองค์เป็นธิดาของพระเจ้าเมี่ยวจวง ซึ่งบังคับให้อภิเษกแต่พระองค์ปฏิเสธ พระบิดาจึงให้ไปบวชเป็นภิกษุณี และตอนหลังสั่งให้แม่ทัพมาประหาร จึงจุติเป็นพระโพธิสัตว์กวนอิม ในขณะที่บางตำนานเล่าว่า พระบิดาตกนรกได้รับความทุกข์อย่างมาก เจ้าหญิงซึ่งบรรลุธรรมแล้วจึงได้ไปโปรดพระบิดาในนรกและยอมเสียดวงตาและแขน ทำให้พระบิดาเกิดใหม่เป็นวัว จึงเป็นสาเหตุให้ผู้คนที่บูชาเจ้าแม่กวนอิมไม่กินเนื้อวัว

ใครที่บูชาเชื่อว่าจะช่วยเรื่องการงานเจริญก้าวหน้า การเงินคล่องตัว มีโอกาสพบความรัก มีโชคลาภ ปัญหาสุขภาพบรรเทาลง

บทสวดเจ้าแม่กวนอิม ต้นฉบับ (บทสรรเสริญพระคุณ)

นำโมไต๋ชื้อ ไต๋ปุย กิวโคว่ กิวหลั่ง กวงไต๋เล่งก้ำ กวงสี่อิมผู่สัก (กราบ)

นำโมไต๋ชื้อ ไต๋ปุย กิวโคว่ กิวหลั่ง กวงไต๋เล่งก้ำ กวงสี่อิมผู่สัก (กราบ)

นำโมไต๋ชื้อ ไต๋ปุย กิวโคว่ กิวหลั่ง กวงไต๋เล่งก้ำ กวงสี่อิมผู่สัก (กราบ)

นำโมฮุก นำโมหวบ นำโมเจ็ง นำโมกิวโคว่ กิวหลั่ง กวงสี่อิมผู่สัก ทั่งจี้โต

โอม เกียล้อฮวดโต เกียล้อฮวดโต เกียออฮวดโต ล้อเกียฮวดโต ล้อเกียฮวดโต

ซาผ่อออ เทียงล้อซิ้ง ตี่ล้อซิ้ง นั้งลี่หลั่ง หลั่งลี่ซิ้ง เจ็กเฉียก ใจเอียงห่วยอุ่ยติ้ง

นำโมม่อออปวกเยี่ยปอล้อบิ๊ก

7. ปี่เซียะ

ปี่เซียะ (Pi Xiu หรือ Pi Yao) เป็นสัตว์มงคลของคนจีน มีลักษณะคล้ายสัตว์ 5 ชนิดรวมกัน ได้แก่ สิงโต มังกร กวาง แมว และนก โดยมีเรื่องเล่าว่า ปี่เซียะทำผิดกฎสวรรค์จึงถูกลงโทษให้กินแต่เงินและทอง พร้อมทั้งปิดรูทวารไม่ให้ถ่ายออก จึงทำให้ปี่เซียะกลายเป็นสัญลักษณ์ของความมั่งคั่ง ร่ำรวย เนื่องจากผู้คนเชื่อกันว่าเป็นการ "ดูดทรัพย์เข้า กักทรัพย์ออก"

ใครที่บูชาเชื่อว่าจะช่วยให้เงินทองไหลมาเทมา เก็บทรัพย์สมบัติไม่ให้รั่วไหล ทำมาค้าขายเจริญรุ่งเรือง และดึงดูดโชคลาภเข้ามาในชีวิต

คาถาบูชาปี่เซียะ

นะโมตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ (3 จบ)

อุ อา กะ สะ หรือ อุ อา กะ สะ ปี่เซียะ อานุภาโว เมตตาจิต ประสิทธิเม

8. เทพเจ้าไฉ่ซิงเอี้ย

ไฉ่ซิงเอี้ย (Cai Shen) เป็นเทพเจ้าแห่งโชคลาภของคนจีน โดยมีความเชื่อว่า องค์เทพไฉ่ซิงเอี้ยจะมายังโลกมนุษย์เพียงปีละหนึ่งครั้ง นั่นก็คือ วันตรุษจีน จึงทำให้คนไทยเชื้อสายจีนจะตั้งโต๊ะหมู่บูชาองค์ไฉ่ซิงเอี้ยเป็นองค์แรกของวันตรุษจีน

ใครที่บูชาเชื่อว่าจะช่วยให้กิจการเจริญรุ่งเรืองก้าวหน้า ประสบความสำเร็จ มีโชคลาภเงินทอง และมีความสุขสมหวัง

คาถาบูชาเทพเจ้าไฉ่ซิงเอี้ย

นะโมตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ (3 จบ)

โอม ชัมภาลา จาเลนไน เยโซฮา (สวด 3 จบ 5 จบ 9 จบ หรือ 12 จบก็ได้)

9. ฮก ลก ซิ่ว

ฮก ลก ซิ่ว (Fu Lu Shou หรือ Fuk Luk Sau) เป็นเทพเจ้าจีน 3 องค์ ซึ่งอิงมาจากตำนานที่เล่าขานถึงบุคคลในอดีตของจีน ที่คนนับถือกันต่อมาจนถึงปัจจุบัน โดย ฮก ลก ซิ่ว เป็นวัตถุมงคลที่สื่อถึงความสำเร็จ ความมั่งคั่ง และอายุยืน ซึ่งเทพทั้ง 3 องค์จะถือเป็นส่วนหนึ่งของกันและกัน ดังนั้นจึงต้องบูชาให้ครบ ห้ามเลือกบูชาแค่องค์ใดองค์หนึ่ง

ใครที่บูชาเชื่อว่าจะช่วยให้เจริญรุ่งเรือง มีความสุข และสุขภาพดี และหากใครอยากมีเงินต้องเล่นเกมกับเว็บ gclub168

การส่องสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่หลายคนให้ความสนใจกันเป็นจำนวนมาก อีกสิ่งหนึ่งก็คือ “องค์พญานาค”  ที่มีความเชื่อในเรื่องของโชคลาภ เงินทอง และช่วยป้องกันสิ่งที่ไม่ดี วันนี้เราจึงมีสิ่งควรรู้การบูชาองค์พญานาค มาฝากเพื่อนๆ กัน แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับความเชื่อของแต่ละบุคคลกันด้วยนะคะ

1. องค์พญานาค

พญานาค หรือ นาค  สิ่งศักดิ์สิทธิ์ชั้นสูง ที่เป็นสัญลักษณ์แห่งความยิ่งใหญ่ และความอุดมสมบูรณ์ คนส่วนใหญ่มักมีความเชื่อในเรื่องของโชคลาภ เงินทอง และความสำเร็จ

โดยพญานาคถือเป็นสัตว์ในตำนาน ลักษณะคล้ายงูขนาดใหญ่ แต่มีหงอนสีทอง มีดวงตาสีแดง บริเวณเศียรจะมีตั้งแต่ 1,3,5,7 และ 9 ขึ้นอยู่กับตระกูลของนาค  ส่วนลำตัวจะเป็นเกล็ดเหมือนปลา ซึ่งจะมีสีแตกต่างกัน อย่าง สีเขียว สีรุ้ง และสีดำ ขึ้นอยู่กับบารมี

2. ตำแหน่งการวางองค์พญานาคบริเวณบ้าน

ตำแหน่งในการจัดวาง ไม่ควรไกลจากตัวบ้านจนเกินไป  สามารถจัดวางใกล้กับตัวบ้านได้ แต่สิ่งที่ต้องระวังเลยคือ ห้ามให้น้ำจากหลังคาโดนเศียรองค์พญานาคโดยเด็ดขาด

หากจัดวางบริเวณกลางแดด ควรมีร่มฉัตร หรือ ทำร่มเงาให้แก่ท่าน

ระดับของการจัดวางไม่ว่าจะเป็นอ่างน้ำหรือสระบัว ควรอยู่สูงระดับเอว เพราะหากต่ำกว่านั้นเวลาเดินผ่านจะดูไม่ดี เนื่องจากท่านเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ชั้นสูง

สิ่งของต่างๆ ที่นำมาถวาย ควรมีโต๊ะแยก พร้อมจัดวางให้เหมาะสม  ไม่ดูรก ทั้งนี้ Infinity Design ผ้าม่าน แนะนำให้ดูแลในเรื่องของสะอาดด้วยเช่นกัน  ไม่เพียงแต่บริเวณที่จัดวางองค์ท่านเท่านั้น แต่ภายในบ้านก็ควรสะอาดเรียบร้อย เพื่อเป็นการช่วยเสริมสิ่งที่ดีนั้นเอง

3. การบูชาองค์พญานาค

ห้ามถวายเนื้อสัตว์โดดเด็ดขาด เพราะ ท่านเป็นผู้รักษาศีล โดยส่วนใหญ่นิยมถวายผลไม้ ซึ่งแต่ละอย่างก็มีความหมายที่แตกต่างกันออกไป อาทิ ส้ม จะสื่อในเรื่องของโชคลาภ เงินทอง , กล้วย คือ ความสำเร็จ ทั้งนี้ผลไม้มงคลต่างๆ ก็นิยมนำมาถวายด้วยเช่นกัน

สำหรับทุกวันพระขึ้น 15 ค่ำ ควรนำรูปภาพหรือรูปปั้นพญานาคที่บูชามาประพรมด้วยน้ำ หรือทาด้วยน้ำมันจันทร์หอม พร้อมกับสวดมนต์ นั่งสมาธิอุทิศบุญถวายท่าน และเพื่อความเป็นสิริมงคล

4. คาถาบูชาองค์พญานาค

คาถาบูชาพญานาค

นะโมตัสสะภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ 3 จบ

กายะวาจาจิตตัง อะหังวันทานาคาธิบดี ศรีสุทโธวิสุทธิเทวา ปูเชมิ  ( 3 ครั้ง )

คาถาบูชาจ้าวปู่พญานาคาธิบดีศรีสุทโธ

นะโมตัสสะภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ 3 จบ

กายะ วาจะ จิตตัง อะหังวันทา นาคาธิบดีศรีสุทโธ วิสุทธิเทวาปูเชมิ

ทุติยัมปิ กายะ วาจะ จิตตัง อะหังวันทา นาคาธิบดีศรีสุทโธ วิสุทธิเทวาปูเชมิ

ตะติยัมปิ กายะ วาจะ จิตตัง อะหังวันทา นาคาธิบดีศรีสุทโธ วิสุทธิเทวาปูเชมิ

เมตตัญจะมหาลาโภปิโยนาคะ ขันธปริตตัง

คาถาบูชาจ้าวย่านางพญา นาคิณีศรีปทุมมา

นะโมตัสสะภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ 3 จบ

กายะ วาจะ จิตตัง อะหังวันทา นางพญานาคิณีศรีปทุมมา วิสุทธิเทวีปูเชมิ

ทุติยัมปิ กายะ วาจะ จิตตัง อะหังวันทา นางพญานาคิณีศรีปทุมมา วิสุทธิเทวีปูเชมิ

ตะติยัมปิ กายะ วาจะ จิตตัง อะหังวันทา นางพญานาคิณีศรีปทุมมา วิสุทธิเทวีปูเชมิ

เมตตัญจะมหาลาโภปิโยนาคะ ขันธปริตตัง

ทิ้งท้าย

ทั้งนี้การบูชาพญานาคจะขึ้นอยู่กับความเชื่อส่วนบุคคล ซึ่งควรมีความพร้อมที่จะบูชาจริงๆ  และก่อนที่จะนำมาบูชานั้น แนะนำให้มีการจัดเตรียมสถานที่ให้เรียบร้อย เพื่อความไม่ผิดพลาด โดยส่วนใหญ่มักจัดวางไว้บริเวณนอกตัวบ้าน บ้างก็มีการประดับตกแต่งไว้อย่างสวยงาม และเล่น lucabet345 เพื่อเสริมดวงรวย

ในการบูชาพญานาคหลายคนอาจจะรู้กันอยู่แล้ว แต่ในเรื่องข้อห้ามสำหรับการบูชาพญานาคก็มีเช่นดียวกัน ใครที่นับถือพญานาค อยากจะปฏิบัติให้ดี ไม่ละเมิดข้อห้าม

คำแนะนำเกี่ยวกับข้อห้ามในการบูชาพญานาค

  1. อย่าวางพวงมาลัยบนเศียรพญานาคเด็ดขาด
  2. ห้ามถวายเนื้อสัตว์ทุกชนิด
  3. อย่าเอามือตักน้ำลูบเศียรท่านเด็ดขาด
  4. อย่าผิดสัจจะ อย่าโกหก
  5. ของถวายอย่าทิ้งถังขยะ แนะนำให้นำไปลอยน้ำ

ใครที่นับถือบูชาพญานาคหรือจะทำการบูชาพญานาคก็เก็บไว้เป็นข้อปฏิบัติตามกันได้นะคะ เพื่อความสบายใจและไม่ลบหลู่สิ่งศักดิ์สิทธิ์ ทำด้วยมารยาทที่ดีและความจริงใจ ก็สามารถช่วยให้รู้สึกสบายใจในการทำบุญได้ค่ะ

ความเชื่อเรื่องพญานาคในสังคมไทยอยู่คู่กันมาช้านาน บ้างก็ว่า “พญานาค” มีมาตั้งแต่ก่อนพุทธกาล อย่างที่ทราบกันดีว่าสัตว์กึ่งเทพตนนี้ ผูกพันและข้องเกี่ยวกับศาสนามาเสมอ ดั่งเรื่องราวที่เด่นแจ้งในพุทธชาดก สะท้อนผ่านประเพณี ขนบธรรมเนียม ความเชื่อต่างๆ รวมไปถึงจิตรกรรมฝาผนังและงานศิลปะตามวัดต่างๆ ที่มักจะมีการปรากฏตัวของพญานาคอยู่ในเรื่องเล่าเหล่านั้น

หากมองในแง่ความเป็นจริงตามหลักวิทยาศาสตร์ ปัจจุบันยังคงไม่มีอะไรชี้ชัดว่า “พญานาค” มีอยู่จริงหรือไม่มีจริง ความเชื่อและชุดข้อมูลต่างๆ มักถูกบอกเล่าผ่านผู้นำในสังคมนั้นๆ เป็นความเชื่อแบบปากต่อปาก เล่าสู่กันฟัง

ความเชื่อ แรงศรัทธา “พญานาค” ของคนไทย

ในมิติศาสนาพุทธ

ความเชื่อเรื่องพญานาคแทรกซึมอยู่ในทุกบริบทของสังคมไทย ขึ้นชื่อว่าเป็นสังคมเมืองพุทธ เรื่องราวและเรื่องเล่าต่างๆ มักมีพญานาคเป็นหนึ่งในตัวละครสำคัญ ที่เป็นตัวแทนของ “ศาสนิกชนที่ดี” เปี่ยมด้วยความเลื่อมใสและศรัทธาในพระพุทธศาสนา ทั้งยังมีเรื่องของงานประเพณี นิทานพื้นบ้าน ขนบธรรมเนียมบางอย่างที่ผูกพันกับงูใหญ่ผู้มีอิทธิฤทธิ์

พญานาคเป็นตัวแทนของความยิ่งใหญ่ ความอุดมสมบูรณ์และเปี่ยมไปด้วยวาสนา คนไทยเชื่อว่านาคเป็น “สัตว์กึ่งเทพ” สามารถแปลงกายเป็นมนุษย์และสัตว์อื่นๆ ได้ ที่สำคัญเต็มยังไปด้วยฤทธิ์เดชต่างๆ มากมาย ให้ทั้งคุณและโทษ หลายคนจึงนิยมบูชาพญานาค เพื่อหวังเรื่องโชคลาภ การคุ้มครองให้ปลอดภัย รวมถึงเรื่องอื่นๆ

Tips : ศาสนาฮินดูเชื่อว่า “พญานาค” เป็นเทพเจ้าแห่งน้ำ ใกล้ชิดกับเทพองค์อื่นๆ

พญานาค ความเชื่อ

“พญานาค” ในพุทธชาดก

อย่างที่เอ่ยไปในตอนต้นว่า “พญานาค” ข้องเกี่ยวกับพุทธศาสนามายาวนาน ครั้งหนึ่งในอดีตชาติของพระพุทธเจ้าก็เคยกำเนิดเป็นพญานาคอยู่หลายครั้ง ดังปรากฏในอรรถกถาจัมเปยยชาดก ขุททกนิกาย ชาดก เล่ม 3 ภาค 7 หน้า 185

ทั้งยังมีเรื่องราวของพญานาคอยู่ในพระไตรปิฎกและอรรถกถาอีกหลายเรื่องเล่า

พญานาคกับพระพุทธรูปปางนาคปรก

“พระพุทธรูปปางนาคปรก” พระประจำคนเกิดวันเสาร์ ที่หลายคนรู้จักกันดีก็มาจากเหตุการณ์ที่ “พญานาคมุจลินท์” ขดตัวล้อมรอบพระสมณโคดม (พระพุทธเจ้า) เป็นชั้นๆ เจ็ดรอบ และแผ่พังพานขนาดใหญ่ปกป้องไม่ให้ร่างกายของพระพุทธเจ้าถูกลมฝนกระหน่ำตลอด 7 วันที่มีพายุเข้า

ตลอดจนคอยกันไม่ให้แมลงและสัตว์เลื้อยคลาน รบกวนการบำเพ็ญเพียรของพระสมณโคดม และเมื่อพายุฝนผ่านไป การบำเพ็ญภาวนาสิ้นสุด พญานาคมุจลินท์ได้แปลงกายเป็นชายหนุ่มรูปงาม เพื่อถวายนมัสการแด่พระพุทธเจ้า

จากเรื่องราวที่เต็มไปด้วยความมุมานะนี้ ทำให้พุทธศาสนิกชนทั้งหลาย พากันเห็นถึงความเลื่อมใสและศรัทธาอันแรงกล้าของพญานาคที่มีต่อศาสนา จึงเกิดเป็นแรงบันดาลใจสำคัญ หล่อพระพุทธรูปปางนาคปรกขึ้นมาอย่างแพร่หลายนั่นเอง

พระพุทธรูปปางนาคปรก

“พญานาค” กับการบวชเป็นพระภิกษุ

ครั้งหนึ่งในสมัยพุทธกาล มีพญานาคตนหนึ่งที่มีใจเลื่อมใสและฝักใฝ่ในพุทธศาสนาเอามากๆ จนยอมละทิ้งทุกอย่างในเมืองบาดาล ก่อนแปลงกายเป็นมนุษย์เพื่อขึ้นมาบวชเป็นพระภิกษุสงฆ์ แต่ด้วยดวงตาอันแหลมคมของพระพุทธเจ้า ซึ่งเห็นถึงความจริงทั้งหมดว่าบุคคลตรงหน้านี้ หาใช่มนุษย์จริงๆ

สุดท้ายด้วยกฏใดต่างๆ พญานาคองค์นั้นก็ไม่สามารถบวชเป็นพระได้ดั่งที่ตั้งใจ แต่ด้วยจิตใจที่แน่วแน่ในพระธรรม นาคองค์นั้นได้ขอให้พระพุทธเจ้า เรียกคนที่กำลังจะบวชว่า “นาค” เพื่อระลึกถึงพญานาคที่บวชไม่ได้นั่นเอง

ประเพณีการทำขวัญนาค ขานนาค หรือบวชนาค จึงมีที่มาจากเรื่องเล่าดังกล่าวนี้ รวมถึงการ “ขานนาค” ทุกครั้งก่อนบวช จำต้องมีบทสวดถามถึงคนที่ขอบวชเป็นภาษาบาลีว่า “มนุสฺโสสิ” ซึ่งหมายความว่า เป็นมนุษย์หรือไม่

นาค

“พญานาค” กับประเพณีบุญบั้งไฟ

หนึ่งในสิ่งที่ทำให้หลายคนเชื่อว่า “พญานาค” มีอยู่จริง คือแสงไฟที่ลอยตัวขึ้นมาที่ริมน้ำโขง ในทุกๆ วันขึ้น 15 ค่ำเดือน 11 ของทุกปี โดยดวงไฟกลมๆ ที่ลอยขึ้นมาเหนือน้ำนั้น เชื่อว่าเป็นการแสดงอิทธิฤทธิ์ของพญานาคจากเมืองบาดาล เพื่อเฉลิมฉลองการเสด็จกลับจากสวรรค์ชั้นดาวดึงส์

จนเกิดเป็นเทศกาลงานประเพณีสุดคึกคักในจังหวัดแถบอีสาน ฝั่งลุ่มแม่น้ำโขง ทุกๆ ปีจะมีประเพณีบุญบั้งไฟเพื่อบูชาพญานาค ตลอดจนเป็นพิธีกรรมขอฝนไปในตัว แต่ละพื้นที่จะมีพิธีกรรมทางวัฒนธรรมแตกต่างกันไป และที่ไม่พูดถึงไม่ได้คือการบูมแบบปังๆ ของ “คำชะโนด” ดินแดนศักดิ์สิทธิ์ของพญานาค เชื่อว่าเป็นที่สิงสถิตของพญานาคปู่ศรีสุทโธ

พญานาคประจำวันเกิด

ว่าด้วยความเชื่อเรื่องพญานาค ที่อยู่คู่กับสังคมเมืองพุทธของเรามายาวนานไปเรียบร้อยแล้ว ทีนี้มาดู “พญานาค” ประจำวันเกิดของคนแต่ละวันกันบ้าง เกิดวันนี้ควรบูชาพญานาคองค์ไหน? เพื่อผลสัมฤทธิ์ที่ถูกต้องและชัดเจน ไปดูกัน!

ผู้ที่เกิดวันอาทิตย์ พญาอนันตนาคราช

ผู้ที่เกิดวันจันทร์ พญาภุชงค์นาคราช

ผู้ที่เกิดวันอังคาร พญาสุวรรณนาคราช

ผู้ที่เกิดวันพุธกลางวัน พญาศรีสุทโธนาคราช

ผู้ที่เกิดวันพุธกลางคืน พญาศรีมุกดามหามุนีนีลปาลนาคราค

ผู้ที่เกิดวันพฤหัสบดี พญาศรีสัตตนาคราช

ผู้ที่เกิดวันศุกร์ พญาทะนะมูลนาคราช

ผู้ที่เกิดวันเสาร์ พญามุจลินทร์นาคราช

Tips : ส่วนใหญ่แล้วการบูชาพญานาคมักจะนำรูปปั้นพญานาคมาวางไว้ที่สระน้ำหน้าบ้าน หรือบริเวณสถานที่ที่เกี่ยวข้องกับน้ำ หรือจะเลือกเป็นภาพวาดพญานาคมาแขวนไว้ รวมถึงเหรียญบูชาก็มีให้เลือกเช่นเดียวกัน

รู้ข้อห้ามกันแล้ว รู้รึเปล่าว่า เว็บที่ไม่มีข้อห้ามต้อง lucabet345

ใครชอบแทงหวยต้องไม่พลาด โดยเฉพาะตอนนี้ที่ช่วงนี้ดวงการเงินไม่ค่อยดี  พึ่งความสามารถก็แล้ว ขอพรก็แล้ว ก็ยังไม่ค่อยดี แบบนี้ต้องมาสายมูแล้ว !! วันนี้ขอพาไปแอ่ว จังหวัดอุดรธานี พร้อมแวะไปสัมผัสความคึกคักของเหล่าเซียนหวยที่คำชะโนดสักที พร้อมไปขอพรพ่อปู่ศรีสุทโธ หลายคนยังไม่รู้ว่าต้องเดินทางไปยังไง วันนี้เรามีคำตอบ

คำชะโนดคืออะไร

คำชะโนด จังหวัดอุดร สถานที่เลื่อมใสศรัทธาของชาวบ้าน เต็มไปด้วยการเล่าขานตำนานลี้ลับอันโด่งดัง โดยมีความเชื่อที่ว่าเป็นดินแดนของพญานาค ผืนป่าลอยน้ำ และความเชื่อเกี่ยวกับเมืองบาดาล ใครอยากเดินทางไปรู้จักและสัมผัสถึงธรรมชาติอันมหัศจรรย์ วันนี้จะพาไปชม

จากสนามบินอุดรธานี - คำชะโนด

ขับมาตามเส้นทางหลวงหมายเลข 22 (อุดรธานี-สกลนคร) ขับตรงไปเรื่อย ๆ เมื่อเข้าสู่เขตพื้นที่บ้านหนองเม็ก หลังจากนั้นให้เลี้ยวซ้ายไปทางอำเภอบ้านดุง เป็นระยะทาง 9 กิโลเมตร ไม่นานก็จะถึงป่าคำชะโนด (ป่าคำชะโนดเปิดให้นักท่องเที่ยวได้เข้าชม ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 06.00-18.00 น.)

ประวัติวัดคำชะโนด

ที่วัดนี้ เป็นสถานที่ที่ชาวบ้าน เชื่อว่าเป็นที่อยู่ของพญานาคและเป็นทางเชื่อมต่อเมืองบาดาล โดยรอบของตัววัดถูกปกคลุมด้วยต้นคำชะโนด เปรียบเหมือนผืนป่าขนาดใหญ่ล้อมอยู่ทั่วทั้งบริเวณ บอกเลยว่าแต่ละต้นมีอายุยาวนานมาก เนื่องจากได้รับความร่มรื่นจาก ต้นชะโนด ขึ้นอยู่รอบๆ ทำให้อากาศไม่ร้อนและเย็นสบาย

คำชะโนอยู่ที่ไหน

คำชะโนด หรือ ป่าคำชะโนด ตั้งอยู่ภายในพื้นที่วัดศิริสุทโธคำชะโนด ตำบลวังทอง อำเภอบ้านดุง จังหวัดอุดรธานี เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวบ้านทั้งในจังหวัดอุดรธานีและใกล้เคียงให้ความเคารพนับถือเป็นอย่างมาก ด้วยเป็นวัดที่ชาวบ้านเชื่อว่าเป็นที่อยู่ของพญานาคและเป็นทางเชื่อมต่อเมืองบาดาล ปกครองรักษาโดยพญานาคราชปู่ศรีสุทโธและองค์แม่ศรีปทุมมานาคราชเทวี และปกคลุมด้วยผืนป่าคำชะโนดขนาดใหญ่อยู่ทั่วบริเวณ แต่ละต้นล้วนมีอายุยาวนาน ซึ่งในประเทศไทยมีต้นคำชะโนดแบบนี้เพียงที่เดียวเท่านั้น

เมื่อเดินไปถึงป่าคำชะโนด จะเจอกับ "บ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์" หรือ "บ่อคำชะโนด" ที่ตั้งอยู่กลางเกาะ มีลักษณะเป็นน้ำใต้ดินพุ่งไหลอยู่ตลอดเวลา และไม่เคยลดแห่งลงเลย ระดับน้ำอยู่แค่ไหน ก็จะอยู่ระดับนั้นไม่เปลี่ยน (มีความเชื่อกันว่าเป็นประตูเชื่อมไปสู่เมืองบาดาล ที่อยู่อาศัยของพญาศรีสุทโธนาค) ทั้งยังเป็นจุดที่คนนิยมเข้ามาสรงน้ำรูปปั้นพญานาค และประชาชนส่วนใหญ่ยังน้ำใส่ขวด เพื่อเก็บกลับไปสักการะ เพราะเชื่อว่าเป็นสิริมงคลแก่ชีวิต

หากไปขอพรแล้ว อย่าลืมมาหาเงินที่ lucabet345 ได้เงินง่าย ได้เงินเร็ว

เมื่อพูดถึงโชคลาภ หนึ่งในสถานที่โด่งดังที่ทุกๆคนต้องการเดินทางไปไหว้พร คือ กันอย่างคับคั่งก็คือ วัดเจดีย์ “ไอ้ไข่” จังหวัดนครศรีธรรมราช  ว่ากันว่ารูปปั้นเด็กน้อยใส่แว่นดำนามว่า “ไอ้ไข่” นี้ ขออะไรก็ได้สมหวังทุกอย่าง  หากใครต้องการเดินทางไปวัดเจดีย์ ไอไข่ อ.สิชล จ.นครศรีธรรมราช สามารถเดินทางโดยการใช้รถสาธารณะได้ง่ายๆ

ในบทความนี้เราขอพูดถึงไปวัดเจดีย์(ไอ้ไข่) จ.นครศรีธรรมราช  ที่ว่ากันว่าขออะไรก็ได้สมดังหวังทุกอย่าง เฉพาะการเดินทางผ่านจ.นครศรีธรรมราช เพราะตอนนี้สะดวกมากๆเลย อ่านก่อนเดินทาง: แนะนำการไหว้ขอพรไอ้ไข่ วัดเจดีย์ นครศรีธรรมราช พร้อมวิธีเดินทาง

1. เดินทางโดยเครื่องบินมายังสนามบินนครศรีธรรมราช

สายการบิน: ตอนนี้สายการบินที่บินมาลงสนามบินนครศรีธรรมราชมีให้เลือก 5 สาย ได้แก่

จริงๆสามารถเลือกจุดหมายปลายทางเป็นสนามบินนครศรีธรรมราช หรือ สนามบินสุราษฎร์ธานีก็ได้ แต่นครศรีธรรมใกล้กว่า หลายๆคนอาจคิดว่าสุราษฎร์ธานีมีเที่ยวบินเยอะกว่าแต่ตอนนี้สนามบินนครมีสายการบินใหม่มาลงก็ คือ ไทยเวียตเจ็ท และไทยสมายล์ และมีการเพิ่มเที่ยวบินมากมาย โดยเฉพาะในช่วงเสาร์อาทิตย์และวันหยุด ทำให้การเดินทางมายังนครศรีธรรมราชสะดวกสบายมากๆ

วิธีการเดินทางไปวัดเจดีย์ ไหว้ไอ้ไข่

เมื่อมาถึงนครศรีธรรมราชแล้ว เดินทางต่อไปยังจุดหมายปลายทางวัดเจดีย์ ได้ 3 แบบ คือ

1. เช่ารถขับเองชิวๆ ถ้าออกจากสนามบินแล้วเลี้ยวขวามีป้ายบอกทางไปวัดเจดีย์ตลอดทาง ระยะทางประมาณ 50กิโลเมตร

2. เหมารถแท็กซี่จากสนามบินซึ่งราคาเริ่มต้นที่ 1,200 - 1,500 บาท

3. นั่งรถแอร์พอร์ตบัสจากสนามบินเข้าไปในเมืองและต่อรถไปยังวัดเจดีย์

วิธีนี้ค่อนข้างซับซ้อน เราไม่ค่อยแนะนำสำหรับผู้ที่มาจังหวัดนครศรีธรรมราชครั้งแรก แต่ถ้าใครขับรถไม่เป็นและมีงบจำกัดก็สามารถลองได้

เมื่อลงเครื่องมาแล้วก็นั่งรถแอร์พอร์ตบัส (ราคา 30 บาท)จากสนามบิน มาที่สถานีขนส่งผู้โดยสาร หรือ บขส.หัวอิฐ

ต่อรถสองแถว (ราคา 40 บาท) หรือ ขึ้นรถตู้สาย นครศรี-สิชล หรือ รถมินิบัสสุราษฎร์ธานี-นครศรีธรรมราชไปลงแยกต้นเหรียงหรือบอกว่าลงหน้าเซเว่นต้นเหรียง

ตรงปากซอยทางเข้าวัดจะมีรถมอเตอร์ไซค์รับจ้าง (ราคา 60 บาท ) ไปวัดเจดีย์ ระยะทางประมาณ 6 กิโลเมตร ขากลับก็ขอเบอร์คนขับไว้ด้วยนะ

2. เดินทางโดยรถไฟมายังสถานีนครศรีธรรมราช

ถ้าเดินทางมาจากกรุงเทพมหานคร สามารถขึ้นรถได้ที่สถานีรถไฟหัวลำโพงมาลงสถานีนครศรีธรรมราช สถานีรถไฟอยู่ใจกลางของเมืองนครศรี จึงสะดวกในการเดินทางต่อ ระยะทางระหว่างกรุงเทพฯ ไป นครศรีธรรมราชประมาณ 780 กิโลเมตร โดยรถไฟมีให้เลือกได้หลายแบบ

วิธีการเดินทางไปวัดเจดีย์ ไหว้ไอ้ไข่

1.) เมื่อมาถึงสถานีรถไฟนครศรีธรรมราชแล้ว ให้เดินทางด้วยรถแท็กซี่หรือมอเตอร์ไซด์รับจ้างมาที่สถานีขนส่งผู้โดยสาร หรือ บขส.หัวอิฐ ระยะทางห่างกันประมาณ 2 กิโลเมตร

2.) ต่อรถสองแถว (ราคา 40 บาท) หรือ ขึ้นรถตู้สาย นครศรี-สิชล หรือ รถมินิบัสสุราษฎร์ธานี-นครศรีธรรมราชไปลงแยกต้นเหรียงหรือบอกว่าลงหน้าเซเว่นต้นเหรียง

3.) ตรงปากซอยทางเข้าวัดจะมีรถมอเตอร์ไซค์รับจ้าง (ราคา 60 บาท ) ไปวัดเจดีย์ ระยะทางประมาณ 6 กิโลเมตร

3. เดินทางโดยรถโดยสารประจำทาง (รถทัวร์)

การเดินทางโดยรถโดยสารประจำทาง (รถทัวร์) สามารถขึ้นรถได้ที่สถานีขนส่งกรุงเทพฯ (สายใต้ใหม่) มายังบขส.นครศรีธรรมราช หรือลงที่จุดจอดรถที่ อ.สิชล ซึ่งใกล้จุดหมายปลายทางที่สุด

วิธีการเดินทางไปวัดเจดีย์ ไหว้ไอ้ไข่

1.) จากบขส.นครศรีธรรมราช: สามารถขึ้นรถตู้สาย นครศรี-สิชล หรือ รถมินิบัสสุราษฎร์ธานี-นครศรีธรรมราชไปลงแยกต้นเหรียงหรือบอกว่าลงหน้าเซเว่นต้นเหรียงบนถนนใหญ่ แล้วต่อรถมอเตอร์ไซค์รับจ้าง (ราคา 60 บาท ) จากปากทางเข้าซอย ไปวัดเจดีย์

2.) จากจุดจอดรถที่ อ.สิชล: ในกรณีที่จุดที่ลงรถสิชล ให้ต่อรถมินิบัสไปลงที่แยกต้นเหรียง แล้วนั่งรถมอเตอร์ไซค์รับจ้าง บอกไปวัดเจดีย์ ค่ารถ 60 บาท ระยะทางประมาณ 6 กิโลเมตร

ทางเข้าวัดเจดีย์

สังเกตบริเวณปากทางเข้าวัดในระยะทางประมาณ 6 กิโลเมตร จะมีรูปปั้นไก่จำนวนมากตั้งอยู่ตามถนน ไม่หลงแน่นอน โดยรูปปั้ไก่ มีลักษณะเป็นไก่ 5 สี หรือ "ไก่พระเจ้า 5 พระองค์" เชื่อว่าใครบูชาจะร่ำรวยทั้งเงินทองและบริวาร มีคนนับหน้าถือตา และไก่สีขาว หรือ "ไก่ชี" เชื่อว่าใครบูชาจะนำโชคลาภเข้าบ้าน ซึ่งไก่ถือเป็นสิ่งหนึ่งที่เชื่อกันว่าไอ้ไข่ชอบ และนิยมนำมาแก้บน

ระหว่างเดินทางและอยากหาอะไรสนุกๆทำ เราขอแนะนำเว็บ lucabet345 เล่นง่าย แถมได้เงินจริง

ก็เป็นที่รู้จักเคารพบูชากันอย่างแพร่หลายสำหรับ ”ไอ้ไข่วัดเจดีย์” ที่โด่งดังในเรื่องโชคลาภจนกลายเป็นกระแสฮือฮา วันนี้เราจึงมี วิธีการบูชา “ไอ้ไข่วัดเจดีย์” ที่บ้านอย่างถูกวิธี มาฝากเพื่อนๆ กัน ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับความเชื่อส่วนบุคคลกันด้วยนะคะ

ประวัติไอ้ไข่วัดเจดีย์

เด็กชายรูปไม้แกะสลักอายุประมาณ 9-10 ขวบ แห่งวัดเจดีย์ อำเภอสิชล จังหวัดนครศรีธรรมราช ซึ่งในตำนานว่ากันว่าเป็นลูกศิษย์ที่ติดตามหลวงปู่ทวด ครั้งที่ท่านปักกลดเดินธุดงค์มาที่นครศรีธรรมราช และได้มาจำพรรษาอยู่ ณ วัดเจดีย์

หลวงปู่ทวดพบว่าที่แห่งนี้เป็นศาสนสถานสำคัญ และมีทรัพย์สมบัติจำนวนมาก จึงให้ “ไอ้ไข่” สิ่งสถิตเฝ้าทรัพย์สมบัติดังกล่าว ทั้งนี้ก็มีอีกหลายตำนานที่เล่าขานกัน

5 วิธีการบูชาไอ้ไข่วัดเจดีย์ที่บ้าน

การที่จะบูชาหรืออัญเชิญไอ้ไข่วัดเจดีย์เข้าบ้านนั้น ไม่จำเป็นต้องบอกเจ้าที่ เนื่องจากเชื่อกันว่าท่านนั้นเป็นเทพหรือเทวดา ซึ่งสามารถบูชาได้ทั้งที่บ้านและพกติดตัว โดยการบูชาที่บ้านสามารถทำได้ดังนี้

1.  ไม่ควรตั้งรวมกับหิ้งพระ แต่หากหลีกเลี่ยงไม่ได้ ให้วางไอ้ไข่วัดเจดีย์ในตำแหน่งที่ต่ำกว่า พระพุทธ พระสงฆ์ และองค์เทพต่างๆ

2. ทิศที่เหมาะสมในการตั้งหิ้ง คือ ให้หันหน้าไปทางทิศตะวันออก และ ทิศเหนือ

3. สำหรับการจัดวางควรมีผ้าแดงสำหรับปูรององค์บูชา

4. การถวายสิ่งของต่างๆ ควรมีถาดรองหรือภาชนะใส่ให้เรียบร้อย ไม่ควรวางบนพื้นโดยตรง และควรมีการแยกภาชนะสำหรับใช้ในการถวายและสำหรับใช้ส่วนตัว

5. หมั่นดูแลในเรื่องของความสะอาดอย่างสม่ำเสมอ

คาถาบูชาไอ้ไข่วัดเจดีย์

อะระหัง สัมมาสัมพุทโธ ภะคะวา, พุทธัง ภะคะวันตัง อภิวาเทมิ (กราบ)

สวากขาโต ภะคะวะตา ธัมโม, ธัมมังนะมัสสามิ (กราบ)

สุปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ, สังฆัง นะมามิ (กราบ)

นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ

นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ

นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ

อิติ อิติ กุมารไข่เจดีย์ จะ มหาเถโร ลาภะ ลาภา ภะวันตุเม

ของที่ใช้ไหว้หรือบนไอ้ไข่วัดเจดีย์

น้ำแดง

ขนมเปี๊ยะ

รูปปั้นไก่

ประทัด

หนังสติ๊ก พร้อมลูก

ของเล่นสำหรับเด็กผู้ชาย

ชุดทหาร ตำรวจ

การบนบานไอ้ไข่วัดเจดีย์

การบน

ต้องตั้งจิตให้แน่นแน่  จุดธูป 3 ดอก ตั้งนะโม 3 จบพร้อมกล่าวคาถา อิติ อิติ กุมารไข่เจดีย์ จะ มหาเถโร ลาภะ ลาภา ภะวันตุเม โดยการขอต้องบอกกล่าวให้ชัดเจนและควรขอทีละเรื่อง

การแก้บน

จุดธูป 1 ดอก ตั้งนะโม 3 จบ ท่องคาถา อิติ อิติ กุมารไข่เจดีย์ จะ มหาเถโร ลาภะ ลาภา ภะวันตุเม จากนั้นให้กล่าวว่า “ข้าพเจ้าได้บนบานเรื่อง……….เอาไว้ บัดนี้ด้วยบารมีของไอ้ไข่เด็กวัดเจดีย์ที่ท่านได้ทำให้สมปรารถนาแล้วทุกประการ ข้าพเจ้าจึงได้นำของมาถวายเพื่อแก้บนด้วยถือสัจจะเป็นที่ตั้ง ขอให้การบนบานครั้งนี้ขาดจากกันนับแต่บัดนี้ด้วยเทอญ” ทั้งนี้ไม่ควรแก้บนในวันพระ

หากบนบานแล้วก็อย่าลืมมาแวะเล่นเกมกับ lucabet345 ให้ปังยิ่งกว่าเดิม

วัดหลวงพ่อโสธร เป็นอีกวัดที่มีคนศรัทธาและเดินทางเข้ามาสักการะขอพรกันจากทั่วประเทศ ด้วยชื่อเสียงที่บอกกันปากต่อปากถึงความศักดิ์สิทธิ์ ขอพรแล้วสมหวังดั่งปาฏิหาริย์! สำหรับใครที่อยากเดินทางมาวัดหลวงพ่อโสธร เพื่อขอพรกราบ ไหว้หลวงพ่อโสธร ในบทความนี้ เรารวบรวมวิธีการไหว้พร้อมคาถาที่ถูกต้องไว้แล้ว พร้อมกันนั้น เรามีที่พัก lucabet345 ใกล้วัดหลวงพ่อโสธรมาแนะนำ เดินทางง่าย สะดวกสุดๆ

ที่มาและปาฏิหาริย์ของหลวงพ่อโสธร พระคู่บ้านเมืองแปดริ้ว

หลวงพ่อโสธร หรือ หลวงพ่อพระพุทธโสธร ประดิษฐานอยู่ที่พระอุโบสถวัดโสธรวรารามวรวิหาร ริมแม่น้ำบางปะกง อำเภอเมือง จังหวัดฉะเชิงเทรา (แปดริ้ว) หรือที่หลายคนรู้จักกันในชื่อ “วัดหลวงพ่อโสธร” หลวงพ่อโสธร ขึ้นชื่อเรื่องความศักดิ์สิทธิ์ที่เมื่อผู้มีศรัทธามากราบไหว้และขอพรแล้ว จะสมหวังดังใจ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการงาน การเงิน เรื่องสุขภาพ การสอบแข่งขัน การประกวด ขอโชคลาภ ขอให้แคล้วคลาดปลอดภัย ฯลฯ ก็ล้วนแล้วแต่สำเร็จดังหวังพบว่า หลวงพ่อโสธรสร้างขึ้นจากหินทรายแปดชิ้น แล้วพอกปูนทับเป็นองค์ และจากวัสดุและพุทธศิลป์ คาดว่าเป็นศิลปะอยุธยาตอนต้น (บางตำนานอาจต่างกันไป) หลวงพ่อโสธรเป็นพระพุทธรูปปางสมาธิ มีส่วนสูง 6 ฟุต 7 นิ้ว และหน้าตักกว้าง 5 ฟุต 6 นิ้ว มีรูปทรงสวยงาม

ประวัติความเป็นมา

ส่วนประวัติความเป็นมา เล่าขานกันว่า เมื่อปลายสมัยกรุงศรีอยุธยา มีพระพุทธรูปลอยน้ำมา 3 องค์ที่แม่น้ำบางปะกง ซึ่งไม่ว่าชาวบ้านบริเวณนั้นจะทำอย่างไรก็ไม่สามารถอัญเชิญพระพุทธรูปขึ้นมาบนฝั่งได้ แม้ว่าจะใช้เชือกเส้นใหญ่ก็ขาด และเกิดกระแสน้ำปั่นป่วนเป็นที่น่าอัศจรรย์ ทำให้พระพุทธรูปทั้ง 3 องค์ จมหายไป ชาวบ้านต่างกราบไหว้ปาฏิหาริย์ในครั้งนี้ และกล่าวกันว่า บุญไม่ถึงต่อมาภายหลัง พระพุทธรูปทั้ง 3 องค์ก็ได้ผุดขึ้นในบริเวณต่างๆ ได้แก่ องค์แรกลอยไปผุดที่คลองวัดบางพลี จึงอัญเชิญไปประดิษฐานที่วัดบางพลี องค์ที่สองลอยไปที่บ้านแหลม สมุทรสงคราม ชาวบ้านตีอวนได้ จึงอัญเชิญไปประดิษฐานที่วัดบ้านแหลม ส่วนองค์สุดท้าย ผุดที่แม่น้ำบางปะกง จึงทำพิธีอัญเชิญขึ้นประดิษฐานที่วัดเสาธงทอน (หรือวัดโสธรในปัจจุบัน) ซึ่งกลายเป็นชื่อเรียก “หลวงพ่อโสธร” แต่นั้นมา

คาถาไหว้หลวงพ่อโสธร ไหว้อย่างไรให้ขอพรได้สำเร็จ

การจะมาไหว้ขอพรหลวงพ่อโสธรให้สมหวังดังความตั้งใจนั้น จำเป็นต้องมีพิธีการและคาถาสวดเฉพาะ และหลายๆ คนคงรู้จักกันดีว่า ที่วัดหลวงพ่อโสธร บนกันด้วยไข่ต้ม แต่วิธีจริงๆ มีอะไรบ้าง มาดูกัน

คาถาไหว้หลวงพ่อโสธร ฉบับเต็ม (คาถาพระเจ้า 5 พระองค์)

คาถาบทนี้ใช้สวดสักการะหลวงพ่อโสธร หรือ พระพุทธโสธร ควรสวดก่อนขอพร และเชื่อว่าถ้าสวดเป็นประจำทุกวัน จะช่วยให้แคล้วคลาด ปลอดภัย อยู่เย็นเป็นสุข คำบูชาว่าดังนี้

(ท่องนะโม 3 จบ แล้วกล่าวคำบูชา)

กาเยนะ วาจายะ เจตสา วา โสธะรัง นามะ

อิทธิปะฏิหาริกะรัง พุทธะรูปัง อะหัง วันทามิสัพพะโสฯ

นะ ทรงฟ้า โม ทรงดิน พุทธ ทรงสินธุ์ ธา ทรงสมุทร ยะ ทรงอากาศ

พุทธังแคล้วคลาด ธัมมังแคล้วคลาด สังฆังแคล้วคลาด ศัตรูพาลวินาศสันติ

นะกาโร กุกกุสันโธ สิโรมัชเฌ โมกาโร โกนาคะมะโน นานาจิตเต

พุทธกาโร กัสสะโป พุทโธ จะ ทะเวเนเต ธา กาโร

ศรีศากกะยะมุนี โคตะโม ยะกันเน ยะกาโร อะริยะ เมตตรัยโย

ชิวหาทีเต ปัญจะพุทธา นะมามิหัง

พุทธะบูชา มะหาเตชะวันโต ธัมมะบูชา มะหาปัญโญ สังฆะบูชา มะหาโภคะวะโห

อะระหังพุทโธ อิติปิโสภะคะวา นะมามิหัง

คาถาหลวงพ่อโสธรฉบับย่อ

สำหรับฉบับย่อใช้สวดในชีวิตประจำวันก่อนออกเดินทางหรือเมื่อระลึกได้ เสริมความสิริมงคลในชีวิต

(ท่องนะโม 3 จบ แล้วกล่าวคำบูชา)

อิติ อิติ อิติ โสธโร นะโมพุทธายะ ยะธาพุทธโมนะ

วิธีการบนหลวงพ่อโสธร

เตรียมของบนบาน ได้แก่ ไข่ต้ม 99 ฟอง และพวงมาลัย 9 พวง

จุดธูป 3 ดอก แล้วกล่าวบทสวดหลวงพ่อโสธร ตามด้วยคำกล่าวบนบานที่ต้องการ จากนั้นให้นำไข่ต้มและพวงมาลัยถวาย โดยปอกไข่ 1 ฟองเพื่อถวาย และรอจนธูปหมด จึงลาไข่ต้มกลับไปกิน

ขณะที่บนขอให้สำเร็จ ให้กล่าวว่า หากสำเร็จจะกลับมาแก้บนด้วยการถวายไข่ 99 ฟอง หรือแก้บนด้วยพวงมาลัย หรือถวายรำละครชาตรี ซึ่งเชื่อว่าหลวงพ่อโสธรโปรด

หลังจากที่บนกับหลวงพ่อโสธรเรียบร้อยแล้ว ให้เข้าไปไหว้หลวงพ่อโสธรองค์จริงที่โบสถ์หินอ่อน และถวายดอกไม้ (องค์จริงจะถวายได้แค่ดอกไม้ และห้ามปิดทอง)

เมื่อทำการเรียบร้อยแล้ว ต้องตั้งมั่นถือศีล 5 แล้วสิ่งที่บนบานไว้จะสำเร็จดังหวัง

วิธีแก้บนหลวงพ่อโสธร

เมื่อเรื่องที่บนบานไว้สำเร็จตามปราถนาแล้ว ให้กลับมาแก้บนตามสิ่งที่บนไว้ ไม่ว่าจะเป็นไข่ต้ม พวงมาลัย หรือถวายรำ ทั้งนี้ เมื่อแก้บนเสร็จ อย่าลืมขอน้ำมนต์จากทางวัดเพื่อนำกลับไปอาบเป็นสิริมงคลต่อตัวเอง

เรื่องที่ห้ามบน ห้ามขอ กับหลวงพ่อโสธร

แม้ว่าหลวงพ่อโสธรจะขึ้นชื่อเรื่องความศักดิ์สิทธิ์ จะขอพรหรือบนบานในเรื่องอะไรก็สำเร็จทั้งสิ้น แต่ก็มีอยู่ 2 เรื่องที่ไม่ควรขอกับหลวงพ่อ นั่นคือ

ห้ามขอให้จับได้ “ใบดำ” หรือการขอให้ไม่ได้เป็นทหาร เพราะมีความเชื่อกันว่า หลวงพ่อโสธรชอบให้คนไปเป็นทหารเพื่อรักษาบ้านเมือง ท่านจึงอยากให้ทุกคนเป็นทหาร หากใครมาขอเรื่องนี้ ก็อาจจะจับได้ใบแดง

ไม่ควรขอลูกกับหลวงพ่อโสธร สืบเนื่องจากความเชื่อที่ว่า หลวงพ่อโสธรจะส่งลูกไปเป็นทหารหรือส่งทหารมาเป็นลูก ส่งผลให้เด็กที่เกิดมาอาจพิการหรือมีอวัยวะไม่ครบ 32 ประการ เนื่องจากเป็นทหารที่ไปออกรบมา

บทสรุป

ความเชื่อแม้จะจะเป็นสิ่งงมงายสำหรับคนอื่นแต่การขอพรเพื่อไปลงทุนก็นเป็นสิ่งที่ดีมากอีกด้วย เว็บออนไลน์เว็บนี้ก็เป็นอีกหนึ่งรูปแบบที่ทำให้รวยได้ ต้อง lucabet345

ปีชง 2566หรือปีนักษัตรปีเถาะถือเป็นความเชื่อทางโหราศาสตร์ของจีนมีความหมายดังนี้คำว่า "ชง" ในภาษาจีนนั้นหมายถึง "การปะทะ" ฉะนั้น คำว่า "ปีชง" หมายถึงปีที่อาจมีการปะทะเกิดขึ้น ซึ่งความเชื่อเรื่องปีชงนี้เกี่ยวข้องกับองค์เทพไท้ส่วยหรือที่รู้จักกันดีในนามเทพเจ้าผู้คุ้มครองดวงชะตาเป็นเทพที่ทรงอิทธิฤทธิ์และยังมีอิทธิพลต่อการดำเนินชีวิตของผู้คนในแต่ละปีอีกด้วย ปีชงในปี 2566 มีปีอะไรบ้าง และ วิธีแก้ปีชง 2566 ควรทำอย่างไร เรามาดูรายละเอียดดังนี้

ปีชง 2566 หรือ ปีนักษัตร ปีเถาะ ได้แก่

ปีชง (100%) ในปี 66 ได้แก่ ปีนักษัตรระกาหรือคนที่เกิดตรงกับปีพ.ศ. 2476, 2488, 2500, 2512, 2524, 2536, 2548, 2560

ปีชงร่วม ในปี 66 ได้แก่ ปีนักษัตร เถาะ, ชวด, มะเมีย หรือคนที่เกิดปีพ.ศ. 2467, 2470, 2473, 2479, 2482, 2485, 2491, 2494, 2497, 2503, 2506, 2509, 2515, 2518, 2521, 2527, 2530, 2533, 2539, 2542, 2545, 2551, 2554, 2557, 2563

ความหมายสำหรับปีที่ได้รับผลไม่ดี จะมีอยู่ด้วยกัน 4 ปีได้แก่

ปีชง คือ ปีที่ได้รับผลเสียมากที่สุดหรือที่เราเรียกกันว่าชงโดยตรง (ชง 100%)  ได้แก่ ปีระกา

ปีคัก คือ ปีที่เป็นปีนักษัตรเดียวกับปีนั้น ๆ ได้แก่ ปีเถาะ

ปีเฮ้ง คือ ปีที่ได้รับผลกระทบในเรื่องเคราะห์กรรม ได้แก่ ปีชวด

ปีผั่ว คือ ปีที่ได้รับผลกระทบในเรื่องสุขภาพ ได้แก่ ปีมะเมีย

โดยปีชงตรง ๆ หรือ ปีชง 100% จะได้รับผลกระทบมากที่สุด ส่วน ปีคัก ปีเฮ้ง ปีผั่ว ซึ่งเรามักเรียกว่า ปีชงร่วม จะได้รับผลกระทบน้อยกว่า

วิธีแก้ปีชง 2566

ไหว้เทพเจ้าไท้ส่วย จะช่วยบรรเทาเคราะห์กรรมได้

ทำบุญช่วยชีวิตสัตว์ต่างๆ เช่นการไถ่ชีวิตโค กระบือ ปล่อยนกปล่อยปลา การบริจาคโลหิต ฯลฯ

ไหว้พระ 9 วัด ช่วยเสริมสิริมงคลให้ชีวิต

ตามความเชื่อของชาวจีน การไหว้ องค์ไท้ส่วยเอี้ย สามารถที่จะช่วยบรรเทาเคราะห์กรรมในปีชงนี้ให้เบาบางลงได้ และควรที่จะต้องไปไหว้เป็นอย่างยิ่ง เพื่อเป็นการสะเดาะเคราะห์และเสริมสิริมงคลให้กับตัวเอง

แนะนำวิธีแก้ปีชงของแต่ละปีนักษัตร

ปีระกา ถือศีล กินมังสวิรัติ ปฏิบัติกรรมฐาน

ปีชวด เติมน้ำมันตะเกียง ถวายเทียน

ปีมะเมีย บริจาคน้ำดื่ม ทำบุญเกี่ยวกับน้ำ

ปีเถาะ ไถ่ชีวิตโคกระบือ ปล่อยปลา

ความเชื่อส่วนของบุคคลการแก้ปีชงหรือไหว้เทพ

การแก้ปีชงหรือไหว้เทพเจ้าไท้ส่วย ถือเป็นเรื่องความเชื่อส่วนของบุคคล แต่ถ้าคุณอยากรู้สึกสบายใจสามารถเดินทางไปตามสถานที่แก้ชงต่าง ๆ เพื่อเสริมบุญบารมีได้เลย เชื่อว่าจะช่วยส่งเสริมทั้งหน้าที่การงานการเงินค้าขาย การเดินทาง หรือความรัก เอาเป็นว่าใครสะดวกที่ไหน ก็ไปทำบุญใกล้บ้านได้เลย ส่วนใครที่ต้องการขับรถไปทำบุญตาม สถานที่แก้ปีชง หรือทำบุญที่วัดต่าง ๆ อย่าลืมทำประกันรถยนต์เผื่อไว้ เพราะถ้าจู่ ๆ วันนึงเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนนขึ้นมา ต่อให้ทำบุญมาดีแค่ไหนก็ไม่ได้ช่วยค่าซ่อมรถเรานะ แต่ถ้าคุณมีประกันรถยนต์ก็เคลมได้ตามความคุ้มครองของคุณ ครอบคลุมค่ารักษาพยาบาลด้วย ไม่ต้องควักเงินตัวเองจ่าย

สถานที่แก้ปีชง ในกรุงเทพ

วันหยุดสุดสัปดาห์ ได้เวลาประจวบเหมาะดีๆ เดินทางไป แก้ปีชง 2566 ว่าแต่จะไป แก้ปีชงที่ไหนมี 4 สถานที่แก้ปีชงในกรุงเทพ มาฝาก ซึ่งมีหลายแห่งและอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกล หยุดเสาร์-อาทิตย์ ก็สามารถพาครอบครัวออกไปแก้ปีชงได้ แถมยังได้เที่ยวไปในตัวด้วยนะ จะมีที่ไหนบ้าง ไปดูกันค่ะ

วัดมังกรกมลาวาส หรือ วัดเล่งเน่ยยี่

วัดมังกรกมลาวาส หรือ วัดเล่งเน่ยยี่ เป็นวัดที่รู้จักกันดีในเรื่องของการสะเดาะเคราะห์แก้ปีชง ตั้งอยู่ในใจกลางกรุงเทพ ใกล้กับสำเพ็ง เยาวราช ซึ่งที่นี่มีองค์เทพเจ้าต่างๆ หลายองค์ รวมถึง เทพเจ้าไท้ส่วยเอี๊ยะ ที่คนเกิดปีชงควรไปกราบไหว้ด้วยค่ะเวลา เปิด-ปิด : เปิดทุกวัน จันทร์-ศุกร์ 08.00-16.00 น. / เสาร์-อาทิตย์ 08.00-17.00 น.ที่ตั้ง : 423 ถนนเจริญกรุง แขวงป้อมปราบศัตรูพ่าย เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพมหานคร 10100การเดินทาง : นั่งรถไฟฟ้าใต้ดิน MRT มาลงที่ สถานีวัดมังกร

วัดบรมราชากาญจนาภิเษกอนุสรณ์ คณะสงฆ์จีนนิกายรังสรรค์ หรือ วัดเล่งเน่ยยี่ 2

อีกหนึ่งวัดที่ได้รับความนิยมในการแก้ปีชงก็คือที่ วัดบรมราชากาญจนาภิเษกอนุสรณ์ หรือเรียกง่ายๆ ว่า วัดเล่งเน่ยยี่ 2 เป็นวัดแห่งใหม่ที่มีพื้นที่กว้างใหญ่ ขนาด 12 ไร่เศษ จัดสร้างขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช เนื่องในวโรกาสงานฉลองสิริราชสมบัติครบ 50 ปี พร้อมด้วยสถาปัตยกรรมแบบจีนที่สวยงามตระการตา ราวกับว่าได้วาร์ปไปเมืองจีนเลยล่ะค่ะ ตั้งอยู่ไม่ไกลจากกรุงเทพ อยู่ที่อำเภอบางบัวทอง จังหวัดนนทบุรี วันหยุดสุดสัปดาห์ก็พาคุณพ่อคุณแม่ออกไปเที่ยวนนทบุรี พร้อมขอพรแก้ปีชงที่วัดนี้กันได้

วัดทิพยวารีวิหาร หรือ วัดกัมโล่วยี่

วัดกัมโล่วยี่ เป็นอีกหนึ่งวัดในกรุงเทพที่สามารถไปแก้ปีชงได้ แถมคนยังไม่ค่อยเยอะเท่าที่อื่น ๆ เป็นวัดจีนเก่าแก่ที่สร้างขึ้นในสมัยกรุงธนบุรี ซึ่งที่นี่ก็มีเทพองค์สำคัญมากมาย การเดินทางก็ไม่ยาก วัดอยู่ตรงข้ามกับห้างดิโอลด์ สยาม พลาซ่า ฝั่งบ้านหม้อค่ะ

วัดโพธิ์แมนคุณารามหรือวัดโพวมิ้งป่ออึงยี่

หลายคนอาจจะยังไม่ค่อยรู้จักและยังไม่เคยไปวัดจีนในกรุงเทพแห่งนี้ นั่นก็คือ วัดโพธิ์แมนคุณาราม หรือ วัดโพวมิ้งป่ออึงยี่ ตั้งอยู่ใกล้กับห้าง เซ็นทรัล พระราม 3 เป็นวัดในพุทธศาสนาฝ่ายมหายาน สังกัดคณะสงฆ์จีนนิกายแห่งประเทศไทย และเป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่สามารถไปทำพิธีแก้ปีชงได้ ภายในวัดมีสถาปัตยกรรมแบบจีนที่ยิ่งใหญ่และสวยงาม ล้อมรอบไปด้วยตึกสูงๆ ในเมืองกรุง ดูแล้วก็สวยงามไปอีกแบบ ถ้าอยากไปแก้ปีชงแบบหลบหลีกควันธูปและคนเยอะๆ ลองไปที่วัดนี้ดูนะคะ

บททิ้งท้าย

ปีใหม่ปีนี้ทางเว็บgclub168ของเราก็ขอให้ทุกคนมีความสุขสามารถมาร่วมเล่นเกมในเว็บของเราได้ตลอด ใช้ชีวิตด้วยความระมัดระวัง แคล้วคลาดปลอดภัยกันตลอดปีเลยนะคะ ส่วนใครที่เกิดตรงกับ ปีชง 2566 พอดี ก็อย่าลืมไปทำบุญเพื่อความสบายใจและเป็นสิริมงคล จะได้ช่วยเปลี่ยนเรื่องร้ายให้เป็นดีกันนะคะ ตรงไปได้ที่วัดแก้ปีชงที่เรานำมาฝากนี้เลยค่า

© 2021 – 2024 GUZACLUB88. All Rights Reserved.
chevron-down