5 ตํานานสถานที่ท่องเที่ยวไทย ต้องไปสักครั้งในชีวิต

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า ประเทศไทยเรายังมี สถานที่ท่องเที่ยว อีกมากมายที่หลายคนยังไม่เคยไปสัมผัส ความเต็มเปี่ยมไปด้วยประวัติศาสตร์อันยาวนาน อารยธรรมเก่าแก่โบราณ ประเพณี วิถีชีวิตที่สืบเนื่องกันมาด้วย ความเชื่อ คำบอกเล่า หรือ “ตํานานสถานที่ท่องเที่ยวไทย” อันเป็นเอกลักษณ์ที่ไม่เหมือนใครนี้ ขับเคลื่อนทำให้หลาย ๆ สถานที่ท่องเที่ยวไทย ติดอันดับโลก

ขณะเดียวกัน หลาย ๆ สถานที่ก็เริ่มเผชิญกับปัญหามากมายกับสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติที่เปลี่ยนแปลงไป รวมถึงเงื้อมมือของมนุษย์ จนต้องปิดชั่วคราวเพื่อให้ธรรมชาติได้พักฟื้นฟูสภาพตัวเอง ยกตัวอย่างเช่น ข่าวล่าสุด (22 ก.พ. 64) “ปราสาทหินพันยอด” อุทยานแห่งชาติเภตรา จ.สตูล ที่เที่ยวยอดนิยม เกิดเหตุหินถล่ม เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงจากสภาพภูมิอากาศ ก่อให้เกิดรอยแตกจากคลื่น ลม พายุ และเพื่อความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว ทางอุทยานฯจึงตัดสินใจสั่งปิดให้เที่ยวชมบริเวณดังกล่าวชั่วคราวไปก่อน

เห็นแล้วใช่ไหมว่าอะไรก็เกิดขึ้นได้ ถ้ามัวแต่รออยู่อย่างนี้ คุณอาจจะได้ออกไปท่องโลกอันแสนกว้างใหญ่ในเวลาที่สายเกินไปเสียแล้ว บางทีบางสถานที่อาจจะถูกปิดถาวรไปก่อนที่คุณจะได้ไปเยือนด้วยซ้ำ ฉะนั้นอย่ารอจนแก่แล้วค่อยไปเที่ยว คุณอาจทำได้แค่ลุกไปเยี่ยว แล้วกลับมานั่งรอในรถ ถ้าพร้อมแล้วออกไปค้นหาเรื่องราวที่มาจากเรื่องเล่าของ 5 ตํานานสถานที่ท่องเที่ยวไทยได้เลย ณ บัดนี้

5 ตํานานสถานที่ท่องเที่ยวไทย

การท่องเที่ยวไปยังสถานที่ใดที่หนึ่งนอกจากจุดมุ่งหมายก็คือ ความเชื่อและศรัทธาของนักท่องเที่ยวต่อสถานที่นั้น ๆ ที่ได้ฟังได้ยินมาและอยากไปสักครั้ง เราจึงหยิบยก 5 สถานที่ท่องเที่ยวที่ต้องไปให้ได้ในไทย ที่นอกจากจะมีความสวยงามแล้ว ยังเต็มไปด้วยความศักดิ์สิทธิ์ เต็มไปด้วยเรื่องราว ที่ไม่ได้เล่าเพียงให้เราแค่เชื่อ…แต่เล่าให้เราออกไปเห็น กลับมาพร้อมกับความสำเร็จในสิ่งที่หวังได้อย่างไม่น่าเชื่อ ดังนี้

เขาสามมุข ศาลเจ้าแม่สามมุข จ.ชลบุรี

เชื่อว่าหลายๆ คนที่เคยมีโอกาสไปเที่ยวหาดบางแสน สถานที่ท่องเที่ยวใกล้กรุงเทพ จะต้องเคยได้ยิน “ตํานานเขาสามมุข” กันมาบ้าง แต่หลายคนอาจจะยังไม่ทราบที่มาของตำนานรักอันลือลั่นที่ได้เล่าขานกันมาสู่รุ่นต่อรุ่นของคนชลบุรีกันเท่าไหร่นัก

เขาสามมุข เป็นเนินเขาเตี้ย ๆ อยู่กึ่งกลางระหว่างบ้านอ่างศิลา และหาดบางแสน เชิงเขาเป็นที่ตั้งศาลเจ้าแม่เขาสามมุข ซึ่งเป็นที่เคารพสักการะของคนทั่วไป บริเวณเขาสามมุขมีลิงป่าอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก ชาวบ้านเชื่อกันว่าลิงเหล่านั้นเป็นบริวารของเจ้าแม่สามมุก ดังนั้นห้ามใครจับหรือทำร้ายลิงเหล่านี้เด็ดขาด ไม่เช่นนั้นผู้นั้นจะต้องมีอันเป็นไป โดยอาจจะล้มป่วยหรือเดือดร้อนไปถึงญาติพี่น้องและคนในครอบครัว

ทั้งนี้ ตามตำนานเขาสามมุขกล่าวเอาไว้ว่า เมื่อปลายรัชสมัยกรุงศรีอยุธยา มีหญิงสาวกำพร้าคนหนึ่งชื่อ “สามมุก” เธออาศัยอยู่กับยาย ภายหลังเธอได้ไปตกหลุมรักกับลูกชายของ “กำนันบ่าย” ซึ่งเป็นเศรษฐีแห่งบ้านหินหรืออ่างศิลา ชายหนุ่มคนนั้นชื่อว่า “แสน” และเขาเองก็มีใจให้เธอเช่นกัน

ทั้งสองสาบานต่อขุนเขาว่า “จะรักกันไปตราบชั่วนิรันดร์ หากใครผิดคำสาบานจะต้องมากระโดดหน้าผาแห่งนี้ตายตามกันไป” หลังจากนั้นแสนก็ได้ให้แหวนกับสามมุขเพื่อเป็นเครื่องยืนยันความรัก แต่ทว่าเมื่อกำนันบ่ายรู้เรื่องนี้เข้าก็ไม่พอใจเป็นอย่างมาก เพราะสามมุขเป็นเพียงหญิงยากจน ไม่มีทั้งทรัพย์สินและอำนาจวาสนา กำนันบ่ายจึงกีดกันไม่ให้ทั้งสองได้เจอกันโดยการกักขังแสนเอาไว้

และบังคับให้แสนแต่งงานกับหญิงสาวอีกคน เมื่อข่าวการแต่งงานนี้ไปถึงหูของสามมุก เธอจึงเดินทางมายังงานและได้รดน้ำสังข์ให้กับแสนด้วย ซึ่งระหว่างที่รดน้ำอยู่นั้น สามมุขก็ตัดสินใจคืนแหวนให้กับแสนแล้ววิ่งออกจากงานไปโดยทันที

หลังจากนั้นก็เกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิดขึ้น เมื่อสามมุขตัดสินใจวิ่งตรงไปที่หน้าผาและปลิดชีพตนเองด้วยการกระโดดลงมาเพื่อบูชาความรักในครั้งนี้ พอแสนทราบข่าวเขาก็รู้สึกเสียใจอย่างหนัก จึงตัดสินใจกระโดดหน้าผาฆ่าตัวตายตามไปอีกคน

ชาวบ้านที่รู้เรื่องราวที่เกิดขึ้นก็โกรธแค้นกำนันบ่ายมากที่เป็นต้นเหตุทำให้เกิดเรื่องน่าเศร้านี้ขึ้น กำนันบ่ายจึงได้นำถ้วยชาม สิ่งของต่าง ๆ มาไว้ที่ถ้ำตรงหน้าผาเพื่อขอขมาในสิ่งที่ทำลงไป ภายหลังภูเขาที่สามมุขปลิดชีพก็ถูกตั้งชื่อว่า “เขาสามมุข” และชายหาดที่ติดกันว่า ก็ถูกตั้งชื่อว่า“หาดบางแสน” เพื่อให้ทั้งสองคนได้อยู่เคียงคู่กันและครองรักกันตลอดไป

หินตา หินยาย เกาะสมุย จ.สุราษฏร์ธานี

หินตา หินยาย ถือเป็นสถานที่ท่องเที่ยวสุดฮิตของภาคใต้ ตั้งอยู่บน เกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี ใครที่มีโอกาสได้ไปเป็นต้องแชะรูปกับ โขดหินรูปร่างประหลาดที่ตั้งมหึมาอยู่ชายทะเลแห่งนี้กันอย่างแน่นอน

โดย “หินตา” เป็นหินแกรนิตที่มีลักษณะเหมือนอวัยวะเพศชายที่เกิดจากการกัดเซาะโดยน้ำทะเล สายลม และแสงแดด ส่วน “หินยาย” มีลักษณะคล้ายอวัยวะเพศหญิง เกิดจากการผุกร่อนของหน้าผาชายฝั่งทะเล เนื่องจากถูกคลื่นกัดเซาะ นอกจากความแปลกของหินที่ธรรมชาติเสกสรรค์ขึ้นมาแล้ว หินตา หินยาย ยังเป็นหนึ่งใน เกาะที่มีตำนาน เป็น ตํานานสถานที่ท่องเที่ยวไทย ที่ถูกเล่าขานว่าเป็น สถานที่แห่งคำมั่นสัญญา อีกด้วย

มีตำนานเล่าว่า ตายายคู่หนึ่งชื่อ “ตาเครง” และ “ยายเรียม” เป็นชาวปากพนัง จังหวัดนครศรีธรรมราช ตั้งใจจะเดินทางไปสู่ขอลูกสาวของ “ตาม่องล่าย” ที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ให้กับลูกชายชื่อ “คง” โดยแล่นเรือสำเภาออกไป ครั้นเรือแล่นมาถึงบริเวณแหลมละไมเกิดพายุใหญ่ทำให้เรือล่ม สินสอดทองหมั้นที่ตระเตรียมมาจมน้ำหายไปจนหมด ส่วนญาติสนิทมิตรสหายที่เดินทางร่วมกันมาก็จมน้ำเสียชีวิต

มีแค่ตาเครง และยายเรียม ที่ยังคงเหลือรอดชีวิต ทั้งสองเสียใจเป็นอย่างมากและกลัวว่าตาม่องล่ายจะคิดว่าตนทั้งคู่เป็นคนไม่รักษาคำพูด จึงพากันลั่นวาจาอธิฐานขอให้ทั้งคู่ได้เกิดเป็นสัญลักษณ์อะไรก็ได้ ที่ทำให้ตาม่องล่ายได้ทราบว่า ทั้ง 2 มาหาแล้ว มิได้ผิดคำสัญญาแต่ประการใด จากนั้นก็กลั้นใจกระโดดน้ำที่หาดละไม เพื่อฆ่าตัวตายและกลายเป็นหินตาหินยายจนถึงปัจจุบัน

อุโมงค์แสงมรกต ลานแสงมรกต ถ้ำภูผาเพชร จ.สตูล

หากพูดถึงจังหวัดสตูล ทุกคนคงนึกถึงความงดงามของท้องทะเลที่อุดมสมบูรณ์ จนโด่งดังทั่วไทยไปไกลทั่วโลก สถานที่ท่องเที่ยวไทย แห่งนี้ก็เช่นเดียวกัน “ถ้ำภูผาเพชร” ถ้ำหินงอกหินย้อยที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย และยังมีขนาดใหญ่ติดอันดับ 4 ของเอเซียตะวันออกเฉียงใต้

ถ้ำภูผาเพชร เป็นแหล่งท่องเที่ยวเพื่อการอนุรักษ์ ตั้งอยู่ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาบรรทัด เพดานถ้ำมีลักษณะสูงโปร่ง ภายในเต็มไปด้วยหินงอกหินย้อยหลากหลายรูปทรงซึ่งมีความงดงามเป็นอย่างมาก ยิ่งเมื่อยามแสงไฟกระทบกับหยดน้ำที่เกาะบนหินก็จะเกิดกายวาวแววสวยงามราวกับเพชร นี่จึงเป็นที่มาของชื่อ "ถ้ำภูผาเพชร"

ถึงแม้การเดินทางไปเยี่ยมชมความสวยงามของถ้ำแห่งนี้จะต้องแลกมาด้วยความลำบากมากมาย ต้องเดินขึ้นบันได จำนวน 300 กว่าขั้น แต่บอกเลยว่า แสงสว่างปลายอุโมงค์ ที่รอคุณอยู่ อาจทำให้คุณหายเหนื่อยเป็นปลิดทิ้ง

โดยเฉพาะไฮไลต์ตรงบริเวณ “ลานแสงมรกต” ซึ่งที่มาของชื่อนี้ก็มาจากลักษณะของเพดานถ้ำบริเวณนั้นที่เป็นช่องปล่อง ยามเมื่อแสงธรรมชาติจากด้านบนสาดส่องกระทบกับหินงอกหินย้อยในบริเวณนั้น ทำให้เกิดเป็นแสงสีเขียวมรกตที่งดงามอย่างมาก

ตำนานความเชื่อว่ากันว่า ถ้าหากใครมายืนรับแสงจากจุดนี้ ก็ราวกับว่าได้รับพลังจากธรรมชาติ เพิ่มพลังชีวิตที่ดี ความเป็นสิริมงคล เข้ามาให้กับตัวเอง แต่ใช่ว่าจะได้เห็นแสงมรกตกันง่าย ๆ ต้องเลือกเวลามากันสักหน่อย ซึ่งเวลาที่แสงตกกระทบลงมาพอดี จะอยู่ในช่วงประมาณบ่ายสามโมง

พระพุทธรูปพูดได้ วัดศรีชุม จ.สุโขทัย

พระพุทธรูปพูดได้ วัดศรีชุม เป็นโบราณสถานที่มีอายุยาวนานตั้งแต่สมัยสุโขทัย วัดแห่งนี้เป็นที่ประดิษฐานองค์พระพุทธรูปอยู่ในมณฑปชื่อว่า “พระพุทธอจนะ” เป็นที่เลื่องลือถึงความศักดิ์สิทธิ์ และสวยงามอย่างมาก อีกทั้งเรื่องเล่าของวัดศรีชุมนี้ คือ “พระพุทธรูปพูดได้” ซึ่งที่มาของ ตำนานสถานที่ในไทย เรื่องนี้มีอยู่ว่า

เมื่อครั้งสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ทรงยกกองทัพไปปราบกบฎที่เมืองสวรรคโลก ได้มีการแวะสักการะที่วัดศรีชุมนี้ และเนื่องจากต้องรบกับคนไทยด้วยกันเอง ทำให้การรบของเหล่าทหารในครั้งนั้นขาดกำลังใจในการทำศึก และไม่อยากรบ

พระนเรศวรจึงได้มีการวางแผนสร้างขวัญ และกำลังใจให้กับทหารเหล่านั้น โดยการให้ทหารนายหนึ่งปีนบันไดขึ้นไปทางด้านหลังขององค์พระพุทธรูปและพูดให้กำลังใจแก่เหล่าทหาร ด้วยเหตุนี้เองที่ทำให้กลายเป็นตำนาน “พระพุทธรูปพูดได้” ขึ้นมาจนถึงปัจจุบัน

วัดคำชะโนด อุดรธานี

มาถึง ตำนานสถานที่อาถรรพ์ ตํานานสถานที่ท่องเที่ยวไทย ที่ไม่เอ่ยถึงคงจะเป็นไปไม่ได้กับ เกาะคําชะโนด แห่งวัดนาคินทร์คำชะโนด จ.อุดรธานี สถานที่ขอหวย ที่ฮิตมากที่สุด ในประเทศไทย ที่หลายคนให้ความศรัทธาเกี่ยวกับ ตำนานพญานาค

ด้านในของ คำชะโนด มีลักษณะเป็นเกาะป่าที่มีน้ำล้อมรอบ มีพื้นที่บนเกาะประมาณ 20 ไร่ รวมไปถึงที่นี่ถูกปกคลุมไปด้วยต้นคำชะโนดสูงใหญ่ ทั่วทั้งเกาะ และในป่าคำชะโนดนั้นก็มี “ศาลเจ้าปู่ศรีสุทโธ” อีกฝั่งหนึ่งก็มีต้นไทรต้นใหญ่ที่เป็นที่กราบไหว้ของชาวบ้านและผู้ที่ศรัทธา

ตำนานของคำชะโนด ชาวบ้านในบริเวณนี้ต่างเชื่อกันว่า ที่แห่งนี้เป็นดินแดนลี้ลับ เป็นที่อยู่ของพญานาค ที่มีทางเชื่อมต่อเมืองบาดาล ปกครองรักษาโดย “พญานาคราชปู่ศรีสุทโธ” และ “องค์แม่ศรีปทุมมานาคราชเทวี” แต่เนื่องจากพญานาคราชปู่ศรีสุทโธเกิดผิดใจกับเจ้าพ่อสุวรรณนาคขึ้นด้วยสาเหตุบางประการ ทำให้ทั้งสองเริ่มทำสงครามกัน สงครามในครั้งนั้นรุนแรงจนสั่นสะเทือนไปยังพื้นโลก เดือดร้อนไปจนถึงพระอินทร์ต้องลงมาหยุดสงครามครั้งนี้

โดยพระอินทร์ได้ให้ทั้งสองฝ่ายเปลี่ยนมาสร้างแม่น้ำแทน ฝ่ายที่สร้างเสร็จก่อนจะได้ปลาบึกลงไปอาศัยอยู่ในแม่น้ำสายนั้น ซึ่งแม่น้ำทั้งสองสายที่สร้างแข่งกันนี้ก็คือ “แม่น้ำโขง” และ “แม่น้ำน่าน” ผลการแข่งขันครั้งนั้นปรากฏว่าพญานาคราชปู่ศรีสุทโธสร้างแม่น้ำเสร็จได้ก่อน นั่นจึงเป็นสาเหตุว่าทำไมถึงมีปลาบึกอยู่ในแม่น้ำโขง

และเพื่อให้พญานาคราชปู่ศรีสุทโธได้มาดูแลแม่น้ำโขงแห่งนี้ จึงได้ขอพระอินทร์ให้ทำทางเชื่อมระหว่างโลกมนุษย์และเมืองบาดาลไว้ 3 แห่ง คือ

  • ธาตุหลวงนครเวียงจันทน์
  • หนองคันแท
  • พรหมประกายโลก หรือ คำชะโนด แห่งนี้

นอกจากตำนานพญานาคแล้ว ที่แห่งนี้ยังเป็น ตำนานสถานที่อาถรรพ์ เรื่อง “ผีจ้างหนัง” ที่เคยถูกนำไปดัดแปลงเป็นบทภาพยนต์มาแล้ว โดยตำนานกล่าวไว้ว่า บริษัททำหนังกลางแปลงแห่งหนึ่งถูกว่าจ้างให้ไปฉายหนังที่ทุ่งคำชะโนดโดยบุคคลลึกลับ

การว่าจ้างครั้งนี้มีค่าจ้างให้ถึง 4,000 บาท แต่มีข้อแม้ว่าจะต้องฉายหนังให้จบก่อนช่วงเวลาตี 4 และทีมงานทุกคนต้องออกมาจากสถานที่ในบริเวณนั้นก่อนรุ่งสาง และห้ามหันไปมองข้างหลังโดยเด็ดขาด แม้เรื่องเล่าจะจบลงแค่นี้ แต่ความแปลกของเรื่องนี้ก็ถูกนำไปแต่งเติมเสริมต่อมากมายจนกลายเป็น เรื่องเล่าสุดหลอน ที่เล่าต่อ ๆ กันมาจนถึงปัจจุบัน

สรุป

ต้องยอมรับเลยว่า 5 ตํานานสถานที่ท่องเที่ยวไทย ที่เราได้หยิบยกมาเล่าสู่กันฟังในครั้งนี้ เป็นเพียงส่วนหนึ่งในหลาย ๆ สถานที่เท่านั้น เพราะจริง ๆ แล้ว ประเทศไทยเรายังมีสถานที่ท่องเที่ยวมากมายที่เต็มไปด้วยเรื่องราวเล่าขาน ที่ปฎิเสธไม่ได้เลยว่ามันยิ่งเพิ่มสเน่ห์ให้เรามีความสนใจให้กับสถานที่แห่งนั้นยิ่งขึ้น แต่ทุกที่คงเป็นไปได้แค่เรื่องที่เขาเล่าว่าเท่านั้น จนกว่าคุณจะไปสัมผัสด้วยตัวเอง ฉะนั้นมีชีวิตเดียว ออกไปใช้ซะ! แล้วคุณจะรู้ว่า โลกมันกว้างกว่าที่เราคิด ขอให้ทุกคนมีความสุข เดินทางปลอดภัย สุดท้ายแล้วอย่าลืมติดตาม เว็บบาคาร่า ขั้นต่ำ 1 บาท เลขเด็ด แนวทางหวย ทายนิสัยและอื่น ๆ อีกมากมาย จากทางเว็บไซต์ของเราที่มีมาอัพเดทให้อยู่ทุกวัน

© 2021 – 2024 GUZACLUB88. All Rights Reserved.
chevron-down